2handquick

กล้องมือสอง DSLR มิเรอร์เลส เลนส์ และกล้องฟิล์ม

กล้องเป็นหมวดที่ซื้อมือสองแล้วคุ้มที่สุดหมวดหนึ่ง เพราะตัวกล้องเสื่อมช้ากว่ามือถือมาก และของที่ปล่อยขายส่วนใหญ่มาจากคนที่อัปเกรดรุ่น ไม่ใช่ของเสีย ราคาประกาศขายในไทยตอนนี้ มิเรอร์เลส APS-C มือสองเริ่มที่หลักหมื่นต้น ฟูลเฟรมอายุ 4–8 ปีอยู่ราวสองหมื่นถึงสี่หมื่นกลาง ส่วน DSLR ที่ตกรุ่นเหลือหลักพันถึงหมื่นต้น สิ่งที่ต้องระวังมีสามเรื่องและเหมือนกันทุกยี่ห้อ คือ ชัตเตอร์เคานต์ของบอดี้ เชื้อราหรือฝ้าในเลนส์ซึ่งเป็นปัญหาประจำของอากาศชื้นบ้านเรา และฝุ่นหรือรอยบนเซนเซอร์ ทั้งสามอย่างตรวจเองได้หน้างานในไม่กี่นาที และใช้ต่อรองราคาได้จริง

ยังไม่มีประกาศในหมวดนี้

ยังไม่มีประกาศกล้องถ่ายรูปที่ตรงเงื่อนไข

ลองปรับตัวกรอง หรือเป็นคนแรกที่ลงขายในหมวดนี้

คู่มือซื้อขายกล้องถ่ายรูปมือสอง

สรุปสั้นๆ ที่ควรรู้

  • บอดี้เสื่อมตามจำนวนชัตเตอร์ ส่วนเลนส์เสื่อมตามวิธีเก็บ เลนส์ที่เก็บดีอายุสิบกว่าปียังขายต่อได้ราคา
  • ความชื้นสูงเกือบทั้งปีทำให้เชื้อราและฝ้าในเลนส์เป็นความเสียหายที่พบบ่อยที่สุดของกล้องมือสองไทย
  • ระบบเมาท์สำคัญกว่าตัวบอดี้ เพราะย้ายค่ายทีหลังต้องขายเลนส์ทิ้งทั้งชุด
  • Nikon และ Pentax หลายรุ่นอ่านชัตเตอร์เคานต์จาก EXIF ได้ตรงๆ ส่วน Canon และ Sony มักต้องใช้เครื่องมือเฉพาะ
  • ฝุ่นเซนเซอร์ล้างออกได้ในหลักร้อยถึงพันต้นๆ แต่รอยขูดบนเซนเซอร์แก้ไม่ได้ ต้องแยกให้ออกก่อนซื้อ

ช่วงราคาประกาศขายโดยประมาณ

ประเภท / รุ่นช่วงราคาหมายเหตุ
มิเรอร์เลส APS-C ระดับเริ่มต้น9,000–25,000 บาทเช่น Sony a6000/a6400, Canon EOS M50/R50, Fujifilm X-T30 พร้อมเลนส์คิท
มิเรอร์เลสฟูลเฟรมอายุ 4–8 ปี20,000–45,000 บาทเช่น Sony A7 II/A7 III, Nikon Z5, Canon EOS RP/R8
DSLR มือสอง5,000–20,000 บาทตั้งแต่ Canon 700D, Nikon D5300 ถึงฟูลเฟรมเก่าอย่าง Nikon D750 และ Canon 6D
เลนส์ทั่วไป1,500–12,000 บาทเลนส์คิท 18-55 หลักพันต้น เลนส์ฟิก 50mm f/1.8 ราวสองถึงห้าพัน
เลนส์เกรดโปร f/2.8 และเลนส์เทเล15,000–60,000 บาท
กล้องฟิล์ม SLR และคอมแพค3,000–60,000 บาทSLR ทั่วไปหลักพัน แต่คอมแพครุ่นฮิตอย่าง Olympus mju II หรือ Contax T2 ขึ้นไปหลายหมื่น

เป็นราคาที่ผู้ขายตั้งประกาศโดยประมาณ ไม่ใช่ราคาซื้อขายจริง ราคาที่ตกลงกันจริงขึ้นอยู่กับสภาพสินค้าและการต่อรอง

เช็กลิสต์ก่อนตัดสินใจซื้อ

  1. ขอเลขชัตเตอร์เคานต์พร้อมไฟล์ที่ถ่ายวันนัดรับ ถ้าเป็น Nikon หรือ Pentax ให้ถ่ายใหม่แล้วอ่านจาก EXIF ตรงหน้าได้เลย
  2. ส่องไฟฉายมือถือผ่านเลนส์ในที่มืด หาใยขาวคล้ายรากไม้ซึ่งคือเชื้อรา และหมอกขาวบางๆ ทั่วชิ้นเลนส์ซึ่งคือฝ้า
  3. ถ่ายผนังขาวหรือท้องฟ้าที่ f/16–f/22 แล้วซูมดูจุดดำ จุดที่อยู่ตำแหน่งเดิมทุกภาพคือฝุ่นบนเซนเซอร์
  4. เปิดโหมดทำความสะอาดเซนเซอร์แล้วส่องไฟดู ถ้าเห็นรอยเป็นเส้นตรงแปลว่าเคยถูกเช็ดผิดวิธี ซึ่งซ่อมไม่ได้
  5. ทดสอบออโตโฟกัสทุกจุด ทั้งวัตถุใกล้ ไกล และในที่แสงน้อย ดูว่าจับโฟกัสวืดหรือส่ายไปมาหรือไม่
  6. หมุนวงแหวนซูมและโฟกัสให้สุดสองทาง ต้องไม่ฝืด ไม่มีเสียงทราย และใบพัดรูรับแสงต้องไม่มีคราบน้ำมัน
  7. กดครบทุกปุ่ม เช็กช่องการ์ด ช่องแบต ฝายาง พอร์ต HDMI/USB ช่องไมค์ และถ่ายวิดีโอสั้นๆ ทดสอบกันสั่นกับเสียง
  8. ดูว่าแบตบวมจนดันฝาช่องหรือไม่ ขอดูใบเสร็จ เทียบเลขซีเรียลกับกล่อง และถามตรงๆ ว่าเคยตกน้ำ ตกพื้น หรือเข้าร้านซ่อมไหม

เคล็ดลับสำหรับคนขาย

  1. ถ่ายรูปกลางแจ้งช่วงเช้าหรือเย็นบนพื้นสีเรียบ ให้เห็นบอดี้ทุกด้าน หน้าเลนส์ ท้ายเลนส์ และรอยตำหนิแบบไม่ปิดบัง
  2. แนบภาพหน้าจอที่แสดงชัตเตอร์เคานต์ หรือไฟล์ตัวอย่างที่อ่าน EXIF ได้ ทำให้ประกาศน่าเชื่อถือขึ้นทันที
  3. แจ้งรอยตำหนิให้ครบตั้งแต่แรก คนซื้อกล้องส่วนใหญ่รับรอยได้แต่ไม่รับการปิดบัง และช่วยลดการต่อรองหน้างาน
  4. ระบุให้ชัดว่าเป็นเครื่องศูนย์ไทยหรือเครื่องหิ้ว ประกันเหลือกี่เดือน และมีใบเสร็จหรือไม่
  5. แยกรายการของแถมให้เห็นชัด ทั้งแบตสำรอง การ์ด กระเป๋า ฟิลเตอร์ และกล่อง เพราะช่วยดันราคาได้จริง
  6. ตั้งชื่อประกาศด้วยชื่อรุ่นเต็ม เลนส์ที่ให้มา และตัวเลขชัตเตอร์ จะถูกค้นเจอง่ายกว่าหัวข้อสั้นๆ มาก เพราะคนซื้อกล้องค้นด้วยชื่อรุ่นตรงๆ แทบทุกคน
  7. ถ้าขายเป็นชุดบอดี้พร้อมเลนส์ ให้ระบุราคาแยกไว้ด้วยว่าถ้าเอาเฉพาะบอดี้หรือเฉพาะเลนส์คิดเท่าไร คนซื้อกล้องส่วนใหญ่มีเลนส์อยู่แล้วหรืออยากได้เฉพาะเลนส์ การเปิดทางเลือกนี้ขยายกลุ่มผู้ซื้อได้ทันที
  8. ถ้าส่งพัสดุ ให้ถอดเลนส์ออกจากบอดี้แล้วปิดฝาหน้าฝาหลังทั้งสองชิ้น ห่อแยกกันคนละชั้นก่อนลงกล่อง เพราะน้ำหนักเลนส์ที่ค้างอยู่บนเมาท์คือสาเหตุที่เมาท์บิ่นหรือร้าวระหว่างขนส่ง และอย่าลืมถอดแบตออกตามข้อกำหนดของขนส่ง

เลือกกล้องมือสองแบบไหนให้ตรงกับงานที่คุณถ่าย

คำถามแรกไม่ใช่ยี่ห้ออะไร แต่คือคุณจะถ่ายอะไรเป็นหลัก ถ้าถ่ายภาพนิ่งทั่วไป ท่องเที่ยว และพอร์ตเทรต มิเรอร์เลส APS-C มือสองพร้อมเลนส์ฟิกตัวเดียวคือจุดเริ่มต้นที่คุ้มที่สุด เพราะเบา และระบบโฟกัสของรุ่นตั้งแต่ปี 2019 เป็นต้นมาตรวจจับดวงตาได้แม่นแล้ว ถ้าเน้นวิดีโอหรืองานรับจ้าง ควรมองฟูลเฟรมที่มีช่องไมค์และหูฟังครบ ส่วนคนงบจำกัดจริงๆ DSLR มือสองยังให้คุณภาพไฟล์ดีมากในราคาที่ถูกลงทุกปี ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยคือทุ่มงบไปที่บอดี้จนหมดแล้วเหลือแค่เลนส์คิท ทั้งที่เลนส์เป็นตัวกำหนดหน้าตาของภาพมากกว่า การแบ่งงบให้เลนส์สักครึ่งหนึ่งมักได้ภาพที่พอใจกว่าการอัปบอดี้ขึ้นหนึ่งรุ่น

  • ถ่ายทั่วไปและพกง่าย: มิเรอร์เลส APS-C พร้อมเลนส์ฟิกหนึ่งตัว
  • งานรับจ้างและวิดีโอ: ฟูลเฟรมที่มีช่องไมค์ ช่องหูฟัง และการ์ดสองช่องถ้าเป็นไปได้
  • งบประหยัดที่สุด: DSLR ตกรุ่น ยังดีมากสำหรับงานภาพนิ่ง
  • สายฟิล์ม: SLR ระบบแมนนวลซ่อมง่ายกว่ากล้องคอมแพคฟิล์มมาก

ชัตเตอร์เคานต์บอกอะไร และเท่าไรถึงเรียกว่าเยอะ

ชัตเตอร์เคานต์คือจำนวนครั้งที่ม่านชัตเตอร์ทำงาน เทียบได้กับเลขไมล์ของรถ ผู้ผลิตออกแบบชัตเตอร์ของกล้องระดับเริ่มต้นให้ทนราวหนึ่งแสนครั้ง รุ่นกลางราวหนึ่งแสนห้าหมื่นถึงสองแสนครั้ง และรุ่นโปรสูงกว่านั้น แต่ตัวเลขนี้เป็นค่าเฉลี่ยจากการทดสอบ ไม่ใช่วันหมดอายุ

ในทางปฏิบัติ ชัตเตอร์เคานต์มีผลกับราคามากกว่ามีผลกับความเสี่ยง กล้องรุ่นเดียวกันที่ชัตเตอร์ห้าพันกับแสนห้าราคาต่างกันได้หลายพันบาท ถ้าเจอตัวที่ชัตเตอร์สูงแต่สภาพดีและถูกกว่าตลาดชัดเจนก็ยังเป็นดีลที่ดีได้ เพราะค่าเปลี่ยนชุดชัตเตอร์อยู่ในหลักหลายพันบาท ข้อควรระวังคือมิเรอร์เลสหลายรุ่นถ่ายด้วยชัตเตอร์อิเล็กทรอนิกส์ได้ซึ่งไม่นับเข้าเลขชัตเตอร์กล ทำให้กล้องที่ใช้งานหนักอาจโชว์ตัวเลขต่ำ ให้ดูรอยสึกที่ยางกริปและฐานกล้องประกอบเสมอ

  • กล้องระดับเริ่มต้น: ต่ำกว่า 30,000 ครั้งถือว่าน้อยมาก เกิน 100,000 ควรได้ส่วนลดชัดเจน
  • ฟูลเฟรมระดับกลางถึงโปร: 50,000–150,000 ครั้งยังปกติถ้าดูแลดี
  • เลขชัตเตอร์ต่ำผิดปกติในกล้องสภาพเก่ามาก อาจแปลว่าเคยเปลี่ยนชุดชัตเตอร์มาแล้ว

เชื้อรา ฝ้า และฝุ่นในเลนส์ ปัญหาอันดับหนึ่งของกล้องมือสองไทย

เลนส์ที่เก็บในกระเป๋าปิดโดยไม่มีสารดูดความชื้นคือแหล่งเพาะเชื้อราชั้นดีในอากาศบ้านเรา เชื้อรามองเห็นเป็นเส้นใยสีขาวแตกแขนงคล้ายรากไม้ มักเริ่มจากขอบเลนส์แล้วลามเข้ากลาง วิธีตรวจง่ายที่สุดคือเข้าที่มืด ส่องไฟฉายเฉียงผ่านหน้าเลนส์แล้วมองทะลุจากอีกด้าน จะเห็นทั้งใยรา ฝุ่น และฝ้าชัดกว่าการมองในที่สว่าง

ให้แยกสามอย่างนี้ออกจากกัน ฝุ่นเม็ดเล็กไม่กี่เม็ดเป็นเรื่องปกติแม้ในเลนส์ใหม่ และแทบไม่มีผลกับภาพ ฝ้าคือหมอกขาวบางๆ ทั่วชิ้นเลนส์ ทำให้ภาพฟุ้งและคอนทราสต์ตกโดยเฉพาะตอนย้อนแสง ส่วนเชื้อราคือความเสียหายจริง ถ้าปล่อยไว้นานจะกัดสารเคลือบผิวจนเป็นรอยถาวรแม้ล้างออกแล้ว ร้านซ่อมรับแกะล้างในราคาหลักพันบาทขึ้นไป แต่ช่วยได้แค่หยุดการลุกลาม ไม่ได้คืนคุณภาพเดิม เลนส์ที่มีราจึงควรได้ราคาต่ำกว่าตลาดอย่างมีนัยสำคัญ

  • เก็บกล้องและเลนส์ในตู้กันชื้นที่ความชื้นสัมพัทธ์ราว 40–50 เปอร์เซ็นต์
  • อย่าเก็บในกระเป๋าปิดสนิทเป็นเดือนโดยไม่มีสารดูดความชื้น
  • หยิบออกมาใช้บ้าง แสงและการเคลื่อนไหวช่วยชะลอการเกิดรา
  • ถ้าซื้อเลนส์ที่มีราติดมา ให้แยกเก็บทันทีจนกว่าจะส่งล้าง

ฝุ่นเซนเซอร์และรอยขูด ตรวจได้ในห้านาที

กล้องเปลี่ยนเลนส์ทุกตัวมีโอกาสฝุ่นเข้าเซนเซอร์ ยิ่งเปลี่ยนเลนส์บ่อยกลางแจ้งยิ่งเข้าง่าย วิธีตรวจมาตรฐานคือใช้โหมด A ตั้งรูรับแสงแคบสุดเท่าที่เลนส์ทำได้ แล้วถ่ายท้องฟ้าหรือผนังขาวโดยขยับกล้องเล็กน้อยขณะกดชัตเตอร์ จากนั้นซูมดูทีละส่วน จุดดำที่อยู่ตำแหน่งเดิมทุกภาพคือสิ่งที่เกาะบนกระจกหน้าเซนเซอร์ ข่าวดีคือแก้ได้ ร้านกล้องทั่วไปรับล้างในราคาหลักร้อยถึงพันต้นๆ และฝุ่นผิวเผินมักเป่าออกได้ด้วยลูกยางเป่าลม สิ่งที่แก้ไม่ได้คือรอยขูดบนผิวเซนเซอร์ซึ่งเกิดจากการเช็ดผิดวิธี ส่องไฟดูจะเห็นเป็นเส้นตรงบางๆ ต่างจากฝุ่นที่เป็นจุดกลม ถ้าเจอแบบนี้ควรถอย เพราะค่าเปลี่ยนเซนเซอร์สูงจนไม่คุ้มกับกล้องมือสองเกือบทุกรุ่น

กล้องฟิล์มมือสอง ราคาขึ้นแรงแต่มีต้นทุนแฝง

เพราะไม่มีการผลิตใหม่แล้ว ราคากล้องฟิล์มจึงขึ้นสวนทางกับกล้องดิจิทัล SLR ฟิล์มระบบแมนนวลของ Canon, Nikon, Pentax และ Minolta ยังหาได้ในหลักพันถึงหมื่นต้น ซึ่งคุ้มและซ่อมง่ายที่สุดสำหรับมือใหม่ ขณะที่คอมแพคออโต้รุ่นดังราคาไปถึงหลายหมื่นบาท เพราะกลายเป็นของสะสมมากกว่าเครื่องมือถ่ายภาพ

จุดที่ต้องตรวจต่างจากกล้องดิจิทัล เริ่มจากซีลกันแสงรอบฝาหลังซึ่งเป็นโฟมยางที่เสื่อมเป็นยางเหนียวตามอายุ ทำให้แสงรั่วเข้าฟิล์ม โชคดีที่เปลี่ยนเองได้ในราคาไม่กี่ร้อยบาท ถัดมาคือชัตเตอร์ ให้ไล่ทุกสปีดโดยเฉพาะสปีดต่ำและโหมด B ฟังว่าเสียงสม่ำเสมอและม่านไม่ค้าง แล้วเช็กว่าเครื่องวัดแสงยังขยับตามแสงจริง ระวังรุ่นเก่าที่ออกแบบมาใช้ถ่านปรอทซึ่งเลิกผลิตแล้ว เมื่อใส่ถ่านสมัยใหม่ที่แรงดันต่างกันค่าแสงจะเพี้ยน สุดท้ายอย่าลืมต้นทุนหลังบ้าน ฟิล์มสี 35 มม. หนึ่งม้วนราคาหลักร้อยกลางถึงปลาย และค่าล้างพร้อมสแกนอีกราวหนึ่งถึงสองร้อยบาทต่อม้วน

  • เช็กซีลกันแสงรอบฝาหลังว่าเหนียวหรือเป็นผงแล้วหรือยัง
  • ไล่ทดสอบชัตเตอร์ทุกสปีด โดยเฉพาะสปีดต่ำและโหมด B
  • ดูว่าเข็มหรือไฟวัดแสงตอบสนองต่อการเปลี่ยนแสงจริง
  • ลองขึ้นฟิล์มเปล่าและกรอกลับ ดูว่าเฟืองไม่ลื่นและนับเฟรมตรง

คำถามที่พบบ่อย

ชัตเตอร์เคานต์เท่าไรถึงไม่ควรซื้อ
ไม่มีตัวเลขตายตัว ให้เทียบกับอายุการใช้งานที่ผู้ผลิตออกแบบไว้ กล้องระดับเริ่มต้นที่ผ่านหลักแสนถือว่าใช้มาเยอะและควรได้ส่วนลดชัดเจน ส่วนฟูลเฟรมระดับกลางถึงโปรที่ห้าหมื่นถึงแสนกว่ายังปกติถ้าสภาพภายนอกดีและทุกฟังก์ชันครบ ให้ดูชัตเตอร์คู่กับสภาพและราคาเสมอ
เลนส์มีเชื้อราเล็กน้อย ซื้อได้ไหม
ซื้อได้ถ้าราคาลดลงมากพอ ราจุดเล็กที่ขอบเลนส์มักยังไม่กระทบภาพชัดเจน แต่จะลามต่อถ้าเก็บในที่ชื้น ควรบวกค่าล้างเลนส์หลักพันบาทเข้าไปในราคาที่คุณเสนอ และถ้าราอยู่กลางเลนส์หรือกินโค้ตติ้งจนเห็นเป็นรอยด่างแล้ว แนะนำให้ข้ามไปหาตัวอื่น
ระหว่าง DSLR กับมิเรอร์เลส มือสองแบบไหนคุ้มกว่า
ถ้างบจำกัดและถ่ายภาพนิ่งเป็นหลัก DSLR มือสองให้คุณภาพต่อราคาดีที่สุดตอนนี้เพราะราคาตกลงมามาก แต่ถ้าคุณถ่ายวิดีโอ ต้องการโฟกัสติดตามดวงตา หรืออยากได้ตัวเครื่องเบาที่ยังมีเลนส์ใหม่รองรับต่อไปอีกหลายปี มิเรอร์เลสคุ้มกว่าในระยะยาว
ฝุ่นในเซนเซอร์ล้างเองได้ไหม
ฝุ่นผิวเผินมักเป่าออกได้ด้วยลูกยางเป่าลมโดยเข้าเมนูทำความสะอาดก่อน ห้ามใช้ลมกระป๋องเพราะแรงดันและสารขับดันอาจทิ้งคราบไว้ ส่วนคราบที่เป่าไม่ออกควรให้ร้านที่ชำนาญล้างด้วยไม้สวอบเฉพาะทาง ค่าบริการหลักร้อยถึงพันต้นๆ ถูกกว่าความเสี่ยงที่จะขูดเซนเซอร์เป็นรอยเอง
ต้องตรวจอะไรบ้างตอนนัดรับกล้องมือสอง
อย่างน้อยห้าอย่าง คือ ชัตเตอร์เคานต์ ฝุ่นและรอยบนเซนเซอร์ เชื้อรากับฝ้าในเลนส์ ออโตโฟกัสทุกจุด และปุ่มกับพอร์ตทุกช่อง ควรพกการ์ดและแบตของตัวเองไปทดสอบถ่ายจริง แล้วเปิดไฟล์ดูบนจอที่ใหญ่กว่าจอกล้องถ้าทำได้
ทำไมกล้องฟิล์มมือสองบางตัวแพงกว่ากล้องดิจิทัล
เพราะไม่มีการผลิตใหม่แล้ว จำนวนกล้องที่ยังใช้งานได้ลดลงทุกปี ขณะที่ความต้องการยังสูง โดยเฉพาะคอมแพคออโต้ที่เลนส์ดีและพกง่าย ราคาจึงสะท้อนความหายากมากกว่าคุณภาพภาพ ถ้าเป้าหมายคือถ่ายฟิล์มจริงๆ SLR แมนนวลให้ผลใกล้เคียงในราคาถูกกว่ามาก