คู่มือซื้อขายเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านมือสอง
สรุปสั้นๆ ที่ควรรู้
- เครื่องใช้ไฟฟ้าเกือบทุกชิ้นมีป้ายข้อมูล (nameplate) อยู่ด้านหลังหรือด้านข้าง ระบุรุ่น หมายเลขเครื่อง กำลังไฟเป็นวัตต์ และมักมีปีที่ผลิต ให้ถ่ายรูปป้ายนี้ไว้ก่อนตัดสินใจเสมอ
- แอร์ที่ขายในไทยตอนนี้ใช้น้ำยา R32 เป็นหลัก รุ่นก่อนหน้าใช้ R410A ส่วน R22 เป็นสารกลุ่ม HCFC ที่ถูกทยอยเลิกใช้ตามข้อตกลงระหว่างประเทศ ทำให้แอร์ R22 หาน้ำยาเติมยากขึ้นและมีค่าใช้จ่ายสูงขึ้นเรื่อยๆ
- ประกันคอมเพรสเซอร์แอร์ใหม่ส่วนใหญ่อยู่ที่ 5 ปี แต่ผูกกับใบเสร็จ ผู้ซื้อคนแรก และตำแหน่งติดตั้งเดิม การถอดย้ายเครื่องมักทำให้ประกันสิ้นสุด เงื่อนไขต่างกันไปตามแบรนด์ จึงควรอ่านใบรับประกันจริงก่อนเชื่อคำบอกเล่า
- ฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 ของ กฟผ. ปัจจุบันแบ่งเป็นระดับดาว คือ เบอร์ 5, เบอร์ 5 หนึ่งดาว ไปจนถึงสามดาว ยิ่งดาวมากยิ่งกินไฟน้อย ฉลากเบอร์ 5 แบบเก่าที่ไม่มีดาวจึงไม่ได้เท่ากับเบอร์ 5 รุ่นปัจจุบัน
- ค่าไฟบ้านในไทยช่วงนี้ตกราวหน่วยละ 4 บาทเศษเมื่อรวมค่า Ft และภาษีแล้ว การเทียบวัตต์บนป้ายเครื่องกับชั่วโมงที่ใช้จริงจึงพอประเมินค่าไฟต่อเดือนได้คร่าวๆ
- ตู้เย็นห้ามวางนอนขณะขนย้าย และหลังตั้งเข้าที่แล้วควรทิ้งไว้อย่างน้อย 4–6 ชั่วโมงก่อนเสียบปลั๊ก เพื่อให้น้ำมันในคอมเพรสเซอร์ไหลกลับที่เดิม
- เครื่องซักผ้าฝาหน้าต้องใส่น็อตล็อกถัง (transit bolt) ก่อนขน ถ้าขนโดยไม่ล็อกถัง ชุดสปริงและลูกปืนอาจเสียหายระหว่างทางโดยที่มองจากภายนอกไม่เห็น
- อุปกรณ์ที่มีมอเตอร์และความร้อนอย่างตู้เย็น เครื่องซักผ้า และเครื่องทำน้ำอุ่น ควรต่อสายดินและใช้ร่วมกับเครื่องตัดไฟรั่ว เพราะเป็นจุดที่ไฟรั่วบ่อยที่สุดในบ้าน
ช่วงราคาประกาศขายโดยประมาณ
| ประเภท / รุ่น | ช่วงราคา | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| แอร์ผนัง 9,000–12,000 BTU มือสอง (ไม่รวมติดตั้ง) | 3,000–8,000 บาท | ราคาประกาศขายโดยประมาณ ตัวเลขขึ้นกับว่าเป็นระบบอินเวอร์เตอร์หรือไม่ อายุกี่ปี และเป็นแบรนด์ที่หาอะไหล่ง่ายหรือเปล่า |
| แอร์ผนัง 18,000–24,000 BTU มือสอง (ไม่รวมติดตั้ง) | 5,000–14,000 บาท | ราคาประกาศขายโดยประมาณ เครื่องขนาดใหญ่ค่าถอดและค่าติดตั้งสูงตามไปด้วย ควรคิดรวมก่อนเทียบกับเครื่องใหม่ |
| ตู้เย็น 2 ประตู 7–9 คิว | 2,000–5,000 บาท | ราคาประกาศขายโดยประมาณ รุ่นอินเวอร์เตอร์อายุไม่เกิน 5 ปีจะอยู่ปลายช่วง ส่วนรุ่นอายุ 10 ปีขึ้นไปมักต่ำกว่า 2,500 บาท |
| ตู้เย็นไซด์บายไซด์ / มัลติดอร์ 4 ประตู | 6,000–20,000 บาท | ราคาประกาศขายโดยประมาณ กลุ่มนี้ค่าซ่อมสูงและขนย้ายยาก ควรตรวจระบบทำน้ำแข็งและบานประตูให้ครบก่อนตัดสินใจ |
| เครื่องซักผ้าฝาบนอัตโนมัติ 10–14 กก. | 2,000–4,500 บาท | ราคาประกาศขายโดยประมาณ เป็นกลุ่มที่ซื้อขายง่ายที่สุดเพราะขนย้ายไม่ยากและช่างซ่อมได้แทบทุกร้าน |
| เครื่องซักผ้าฝาหน้า / ซักอบในตัว | 3,000–12,000 บาท | ราคาประกาศขายโดยประมาณ ต้องเช็กเสียงลูกปืนถังและยางขอบประตูเป็นพิเศษ เพราะสองจุดนี้ค่าซ่อมสูงเมื่อเทียบกับราคาเครื่องมือสอง |
| ไมโครเวฟ 20–30 ลิตร | 800–2,000 บาท | ราคาประกาศขายโดยประมาณ รุ่นมีระบบย่างหรืออบลมร้อนในตัวจะสูงกว่ารุ่นอุ่นอย่างเดียวพอสมควร |
| เครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นเล็ก เช่น หม้อหุงข้าว พัดลม หม้อทอดไร้น้ำมัน | 200–1,500 บาท | ราคาประกาศขายโดยประมาณ ของกลุ่มนี้ค่าซ่อมมักไม่คุ้ม จึงควรซื้อเฉพาะเครื่องที่ทดลองใช้งานได้ครบทุกฟังก์ชันหน้างาน |
เป็นราคาที่ผู้ขายตั้งประกาศโดยประมาณ ไม่ใช่ราคาซื้อขายจริง ราคาที่ตกลงกันจริงขึ้นอยู่กับสภาพสินค้าและการต่อรอง
เช็กลิสต์ก่อนตัดสินใจซื้อ
- ขอทดลองเปิดใช้งานจริงที่บ้านผู้ขายก่อนเสมอ อย่ารับเครื่องที่ถอดวางกองไว้แล้วโดยไม่เคยเห็นตอนทำงาน โดยเฉพาะแอร์และตู้เย็นที่ตรวจย้อนหลังแทบไม่ได้
- ถ่ายรูปป้ายข้อมูลด้านหลังเครื่องให้เห็นรุ่น หมายเลขเครื่อง และกำลังไฟ แล้วค้นรุ่นนั้นดูว่าปีที่ผลิตประมาณไหนและยังมีอะไหล่ขายอยู่หรือไม่
- แอร์ ให้เปิดทิ้งไว้อย่างน้อย 15–20 นาที แล้วเอามือหรือเทอร์โมมิเตอร์วัดลมที่ออกจากช่อง ลมควรเย็นจัดต่อเนื่อง ไม่ใช่เย็นแล้วอุ่นสลับไปมา ซึ่งมักแปลว่าน้ำยาพร่องหรือคอมเพรสเซอร์เริ่มมีปัญหา
- ถามให้ชัดว่าแอร์ใช้น้ำยาอะไร ดูได้จากสติกเกอร์บนคอยล์ร้อน ถ้าเป็น R22 ให้เผื่อใจว่าค่าเติมน้ำยาในอนาคตจะแพงขึ้นและหายากขึ้น
- ดูคอยล์ร้อนนอกบ้านว่าครีบอะลูมิเนียมยุบหรือผุมากแค่ไหน เครื่องที่ตั้งริมทะเลหรือโดนฝนสาดตลอดจะผุเร็วกว่าปกติและมักรั่วที่ท่อ
- ตู้เย็น ให้เสียบปลั๊กฟังเสียงคอมเพรสเซอร์ ควรเป็นเสียงเดินเรียบ ไม่ใช่เสียงกระแทกเป็นจังหวะ แล้วรอสัก 20–30 นาทีดูว่าช่องแช่แข็งเริ่มเย็นจริง
- ทดสอบยางขอบประตูตู้เย็นด้วยการหนีบกระดาษไว้ที่ขอบแล้วดึงออก ถ้าดึงออกง่ายแปลว่ายางเสื่อม ตู้จะทำงานหนักและกินไฟขึ้น
- เครื่องซักผ้า ให้ขอเปิดรอบซักสั้นดูจริงตั้งแต่เติมน้ำ ซัก จนถึงปั่นแห้ง ฟังเสียงตอนปั่น ถ้าดังครืดหรือสั่นแรงผิดปกติ มักเป็นลูกปืนถังซึ่งค่าซ่อมสูง
- เครื่องซักผ้าฝาหน้า ให้เปิดยางขอบประตูดูด้านในว่ามีคราบดำหรือรามากไหม และตรวจว่ามีน็อตล็อกถังสำหรับขนย้ายมาให้ด้วยหรือเปล่า
- ไมโครเวฟ ให้ทดสอบด้วยการอุ่นน้ำหนึ่งแก้วประมาณสองนาที ถ้าน้ำยังไม่ร้อนจัดแปลว่าแมกนีตรอนอ่อนแล้ว พร้อมกันนั้นให้ดูแผ่นไมกาสีน้ำตาลในช่องว่าไหม้ทะลุหรือไม่ และกดปิดประตูดูว่าล็อกสนิททุกจุด
- ตรวจสายไฟและปลั๊กทั้งเส้น ดูรอยแตก รอยไหม้ รอยพันเทป และดูว่าปลั๊กเป็นแบบสามขามีสายดินหรือไม่ สำหรับเครื่องที่มีมอเตอร์และความร้อน
- ถามหาใบเสร็จหรือใบรับประกัน ถ้ายังอยู่ในระยะประกันให้อ่านเงื่อนไขจริงว่าโอนสิทธิ์ให้เจ้าของใหม่ได้ไหม และการย้ายจุดติดตั้งทำให้ประกันสิ้นสุดหรือเปล่า
- ตกลงเรื่องค่าถอด ค่าขน และค่าติดตั้งให้จบก่อนโอนเงินมัดจำ ระบุให้ชัดว่าใครออกค่าอะไร เพราะยอดส่วนนี้บางครั้งใกล้เคียงกับราคาตัวเครื่องเอง
- วัดพื้นที่วางจริง ความกว้างประตูบ้าน ลิฟต์ และช่องบันได ก่อนตกลงซื้อของชิ้นใหญ่ เพราะตู้เย็นสองประตูและเครื่องซักผ้าฝาหน้ามักติดตรงวงกบประตูห้องน้ำหรือมุมหักบันได
เคล็ดลับสำหรับคนขาย
- ถ่ายคลิปสั้นตอนเครื่องทำงานจริงแนบไปกับประกาศ เช่น คลิปแอร์ที่เห็นลมเย็นและอุณหภูมิบนรีโมต หรือคลิปเครื่องซักผ้าตอนปั่น คลิปแบบนี้ตัดคำถามได้ครึ่งหนึ่งและทำให้ผู้ซื้อกล้าตัดสินใจเร็วขึ้น
- ทำความสะอาดเครื่องให้เรียบร้อยก่อนถ่ายรูป ล้างแผ่นกรองแอร์ เช็ดยางขอบตู้เย็น ล้างช่องใส่ผงซักฟอก เครื่องที่ดูสะอาดขายได้ราคาต่างจากเครื่องที่มีคราบหลายร้อยบาททันที
- ระบุรุ่น ขนาด BTU หรือความจุ ปีที่ซื้อ ชนิดน้ำยาแอร์ และระดับฉลากประหยัดไฟไว้ในประกาศให้ครบ ผู้ซื้อหมวดนี้ค้นหาด้วยตัวเลขเหล่านี้เป็นหลัก
- ถ่ายรูปป้ายข้อมูลด้านหลังเครื่องแนบไปด้วยเลย เป็นหลักฐานที่ตรวจสอบได้และช่วยให้ผู้ซื้อไปหาข้อมูลรุ่นต่อเองได้ทันที
- บอกเหตุผลที่ขายอย่างตรงไปตรงมา เช่น ย้ายบ้าน ซื้อเครื่องใหม่ หรือห้องเล็กลง เหตุผลที่สมเหตุสมผลช่วยลดความกังวลว่าเครื่องกำลังจะเสีย
- แจ้งตำหนิและอาการที่มีให้หมด เช่น ไฟในตู้เย็นไม่ติด ฝาไมโครเวฟฝืด หรือแอร์เคยเติมน้ำยาเมื่อปีที่แล้ว การบอกล่วงหน้าช่วยกันการต่อรองหน้างานและการขอคืนเงินภายหลัง
- ถ้ามีใบเสร็จ ใบรับประกัน คู่มือ รีโมต หรืออุปกรณ์เสริมครบ ให้ชูเป็นจุดขาย เฉพาะรีโมตแอร์แท้ตรงรุ่นอย่างเดียวก็มีผลต่อการตัดสินใจแล้ว
- ตั้งราคาโดยเทียบกับประกาศของรุ่นใกล้เคียงที่อายุพอกัน แล้วเขียนให้ชัดว่าราคานี้รวมหรือไม่รวมค่าถอดและค่าขน เพราะความเข้าใจไม่ตรงกันเรื่องนี้คือสาเหตุที่ดีลล่มบ่อยที่สุดในหมวดนี้
- สำหรับแอร์ ให้แนะนำช่างที่เคยล้างเครื่องให้คุณเป็นทางเลือกกับผู้ซื้อ ช่างที่รู้จักเครื่องอยู่แล้วมักถอดได้เรียบร้อยกว่า และผู้ซื้อชอบเพราะไม่ต้องหาช่างเอง
- ให้ผู้ซื้อมาดูเครื่องตอนยังติดตั้งอยู่และทดสอบจนพอใจก่อน แล้วค่อยนัดวันถอด ลำดับนี้สำคัญเพราะเมื่อถอดลงมาแล้วคุณจะพิสูจน์ไม่ได้อีกว่าเครื่องเคยทำงานดี และเครื่องที่ถอดกองไว้มักถูกกดราคาลงอีกหลายพัน
- ตกลงล่วงหน้าให้ชัดว่าถ้าเครื่องติดตั้งที่บ้านผู้ซื้อแล้วไม่ทำงาน ใครรับผิดชอบส่วนไหน ข้อตกลงที่ยุติธรรมและใช้กันบ่อยคือผู้ขายรับผิดชอบเฉพาะกรณีที่พิสูจน์ได้ว่าตัวเครื่องเสียเอง ไม่ใช่ความผิดพลาดจากการติดตั้ง เขียนไว้ในแชทตั้งแต่แรกจะช่วยได้มากเมื่อเกิดปัญหา
แอร์มือสอง ราคาจริงคือราคาเครื่องบวกค่าถอดบวกค่าติดตั้ง
แอร์เป็นสินค้าเดียวในหมวดนี้ที่ซื้อมาแล้วใช้เองไม่ได้ทันที ต้องมีช่างถอดจากบ้านเดิมและติดตั้งที่บ้านใหม่ ค่าถอดโดยทั่วไปอยู่ราว 800–1,500 บาทต่อเครื่อง ส่วนค่าติดตั้งใหม่พร้อมท่อน้ำยาชุดมาตรฐาน 4 เมตรมักอยู่ราว 2,000–4,000 บาท ถ้าต้องเดินท่อยาวกว่านั้นคิดเพิ่มเป็นเมตร ประมาณเมตรละ 300–500 บาท และอาจมีค่าขาแขวนคอยล์ร้อน ค่าเจาะผนัง หรือค่าเดินสายไฟเพิ่มอีก รวมแล้วค่าใช้จ่ายหลังราคาเครื่องมักอยู่ที่ 2,500–5,000 บาท
เมื่อบวกทุกอย่างแล้ว ให้เทียบกับแอร์ใหม่ขนาดเดียวกัน ซึ่งรุ่นอินเวอร์เตอร์ 9,000–12,000 BTU ของแบรนด์หลักมักอยู่ราว 15,000–23,000 บาทพร้อมติดตั้งและมีประกันคอมเพรสเซอร์ 5 ปี ถ้าแอร์มือสองที่คุณกำลังจะซื้อรวมทุกอย่างแล้วเกินครึ่งหนึ่งของราคาเครื่องใหม่ ให้ชั่งใจให้ดี เพราะสิ่งที่คุณเสียไปคือประกันคอมเพรสเซอร์และความมั่นใจว่าเครื่องจะอยู่กับคุณอีกกี่ปี ในทางกลับกัน ถ้าเป็นแอร์อินเวอร์เตอร์อายุ 2–4 ปี ราคาไม่แพง และเจ้าของเดิมล้างเครื่องสม่ำเสมอ ดีลแบบนี้มักคุ้มจริง
จุดที่มือใหม่พลาดบ่อยที่สุดคือการซื้อแอร์ที่ถอดออกมากองไว้แล้ว เพราะคุณจะไม่มีทางรู้ว่าตอนถอดช่างเก็บน้ำยากลับเข้าเครื่องหรือปล่อยทิ้ง และไม่รู้ว่าก่อนถอดเครื่องยังเย็นดีอยู่หรือเปล่า ถ้าเลี่ยงไม่ได้จริงๆ ให้ขอคลิปตอนเครื่องยังทำงานอยู่ที่จุดเดิมพร้อมเห็นอุณหภูมิบนรีโมต และต่อรองราคาลงเพื่อชดเชยความเสี่ยงส่วนนี้
- ค่าถอดแอร์ผนังโดยประมาณ 800–1,500 บาทต่อเครื่อง
- ค่าติดตั้งใหม่พร้อมท่อชุดมาตรฐานโดยประมาณ 2,000–4,000 บาท
- ท่อน้ำยาส่วนที่เกินจากชุดมาตรฐาน คิดเพิ่มราวเมตรละ 300–500 บาท
- ค่าล้างแอร์ผนังทั่วไปราว 500–800 บาทต่อเครื่อง ควรล้างทันทีหลังติดตั้ง
น้ำยาแอร์ R32, R410A และ R22 ต่างกันอย่างไรและทำไมต้องดู
แอร์ที่วางขายในไทยปัจจุบันใช้น้ำยา R32 เป็นมาตรฐาน ก่อนหน้านั้นเป็น R410A และย้อนไปอีกคือ R22 ซึ่งเป็นสารในกลุ่ม HCFC ที่ทั่วโลกรวมถึงไทยทยอยเลิกใช้ตามข้อตกลงระหว่างประเทศ ผลกระทบกับคุณในทางปฏิบัติคือ แอร์ R22 ยังใช้ได้อยู่ก็จริง แต่เมื่อถึงวันที่น้ำยาพร่องหรือรั่ว การหาน้ำยาเติมจะยากขึ้นและแพงขึ้นเรื่อยๆ ตามปริมาณที่เหลือในตลาด
อีกเรื่องที่ควรรู้คือน้ำยาแต่ละชนิดใช้แทนกันไม่ได้ตามใจ เพราะแรงดันและน้ำมันหล่อลื่นในระบบต่างกัน การเปลี่ยนชนิดน้ำยาต้องล้างระบบและเปลี่ยนอุปกรณ์บางส่วน ซึ่งมักไม่คุ้มกับแอร์มือสองราคาไม่กี่พัน ดังนั้นเวลาดูเครื่อง ให้เดินไปดูสติกเกอร์ที่คอยล์ร้อนนอกบ้านซึ่งระบุชนิดน้ำยาไว้ชัดเจน แล้วใช้ข้อมูลนั้นประกอบการต่อรอง
ข้อควรระวังอีกข้อคือ แอร์ที่ไม่มีรอยรั่วจะไม่ต้องเติมน้ำยาเลยตลอดอายุใช้งาน ระบบเป็นวงจรปิด ถ้าเจ้าของเดิมบอกว่าเติมน้ำยาทุกปี นั่นแปลว่าระบบรั่วอยู่และยังไม่ได้แก้ที่ต้นเหตุ ให้ถือเป็นสัญญาณเตือนมากกว่าจะเป็นข้อดีว่าดูแลเครื่องดี
ประกันคอมเพรสเซอร์กับอายุจริงของเครื่อง
คอมเพรสเซอร์คือหัวใจของทั้งแอร์ ตู้เย็น และบางส่วนของเครื่องซักผ้าอบผ้า และเป็นชิ้นที่ค่าซ่อมสูงที่สุด แอร์ใหม่ส่วนใหญ่ให้ประกันคอมเพรสเซอร์ 5 ปี ขณะที่อะไหล่อื่นและค่าแรงมักอยู่ที่ 1 ปี ตู้เย็นก็มีโครงสร้างประกันคล้ายกัน ปัญหาของตลาดมือสองคือประกันเหล่านี้ตามปกติจะผูกกับใบเสร็จของผู้ซื้อคนแรกและตำแหน่งติดตั้งเดิม การถอดย้ายเครื่องโดยช่างนอกจึงมักทำให้สิทธิ์สิ้นสุด
สิ่งที่ทำได้จริงคือขอดูใบเสร็จและใบรับประกันตัวจริง อ่านเงื่อนไขว่าโอนสิทธิ์ได้หรือไม่ และถ้าจำเป็นให้โทรถามศูนย์บริการของแบรนด์นั้นโดยตรงก่อนตัดสินใจ อย่าจ่ายเงินเพิ่มเพราะคำว่า "ประกันยังเหลือ" ลอยๆ เพราะในหลายกรณีสิทธิ์นั้นใช้ไม่ได้จริงเมื่อเครื่องย้ายบ้านแล้ว
ถ้าประกันใช้ไม่ได้ ให้กลับมาดูที่อายุเครื่องแทน แอร์และตู้เย็นที่ดูแลดีมักใช้งานได้ราว 10–15 ปี เครื่องซักผ้าราว 8–12 ปี ดังนั้นเครื่องอายุ 3–5 ปีคือช่วงที่คุ้มที่สุดในตลาดมือสอง เพราะราคาตกลงมาเยอะแล้วแต่ยังเหลืออายุใช้งานอีกยาว ขณะที่เครื่องอายุเกิน 10 ปี ต่อให้ราคาถูกมากก็ควรมองว่าเป็นของใช้ชั่วคราว ไม่ใช่ของที่จะอยู่กับคุณไปอีกหลายปี
ค่าไฟกับฉลากเบอร์ 5 — ของถูกที่อาจแพงกว่าในระยะยาว
ฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 ของ กฟผ. ปัจจุบันใช้ระบบดาว คือ เบอร์ 5 ธรรมดา ไปจนถึงเบอร์ 5 สามดาว ยิ่งดาวมากยิ่งกินไฟน้อยลง จุดที่คนเข้าใจผิดบ่อยคือคิดว่าฉลากเบอร์ 5 ทุกใบเท่ากันหมด ทั้งที่เกณฑ์ถูกยกระดับมาแล้วหลายรอบ เครื่องที่ติดฉลากเบอร์ 5 เมื่อสิบปีก่อนจึงมักกินไฟมากกว่าเครื่องเบอร์ 5 สามดาวในวันนี้อย่างเห็นได้ชัด
ลองคิดเป็นตัวเงินให้เห็นภาพ ตู้เย็นสองประตูรุ่นเก่าอายุสิบกว่าปีมักกินไฟราว 40–60 หน่วยต่อเดือน ขณะที่รุ่นอินเวอร์เตอร์ใหม่ขนาดใกล้กันอาจอยู่ราว 20–30 หน่วย ส่วนต่างประมาณ 20–30 หน่วย เมื่อคูณค่าไฟหน่วยละ 4 บาทเศษก็ราว 80–130 บาทต่อเดือน หรือปีละหลักพันบาท ตัวเลขนี้ทำให้ตู้เย็นเก่าราคา 1,500 บาทกลายเป็นของที่แพงกว่าตู้เย็นมือสองอายุน้อยราคา 4,000 บาทภายในเวลาไม่ถึงสามปี
หลักการเดียวกันใช้กับแอร์ ซึ่งเป็นเครื่องที่กินไฟมากที่สุดในบ้านคนไทย แอร์ 12,000 BTU ระบบอินเวอร์เตอร์ทำงานอยู่ราว 900–1,300 วัตต์ตอนเร่งเต็มที่ แล้วลดรอบลงเมื่อห้องเย็นได้ที่ ส่วนแอร์รุ่นเก่าที่ไม่ใช่อินเวอร์เตอร์จะตัดต่อเป็นช่วงและกินไฟสม่ำเสมอกว่าตลอดคืน วิธีประเมินคร่าวๆ คือเอาวัตต์บนป้ายคูณจำนวนชั่วโมงที่ใช้ต่อวัน หารด้วยพัน จะได้จำนวนหน่วยต่อวัน แล้วคูณด้วยค่าไฟต่อหน่วยและจำนวนวัน
- ดูฉลากว่าเป็นเบอร์ 5 แบบมีดาวหรือไม่ และเป็นฉลากของปีไหน
- ตู้เย็นและแอร์ที่อายุเกิน 10 ปี ส่วนต่างค่าไฟมักกลืนส่วนลดที่ได้ตอนซื้อ
- สูตรคร่าวๆ คือ (วัตต์ ÷ 1000) × ชั่วโมงที่ใช้ต่อวัน × 30 × ค่าไฟต่อหน่วย
- ยางขอบประตูตู้เย็นที่เสื่อมและแผ่นกรองแอร์ที่ตันทำให้ค่าไฟสูงขึ้นได้จริง ควรจัดการทันทีหลังรับเครื่อง
ตู้เย็น เครื่องซักผ้า และไมโครเวฟ ตรวจอะไรบ้างหน้างาน
ตู้เย็นให้เริ่มจากเสียบปลั๊กและฟังเสียง คอมเพรสเซอร์ที่ดีจะเดินเรียบและสั่นน้อย ถ้าได้ยินเสียงกระแทกเป็นจังหวะหรือเสียงหวีดแหลม ให้ข้ามไปเลย จากนั้นตรวจยางขอบประตูด้วยการหนีบกระดาษแล้วลองดึง ถ้าหลุดง่ายแปลว่ายางเสื่อม ซึ่งเปลี่ยนได้ในราคาหลักร้อยถึงพันต้นๆ แต่ต้องหาอะไหล่ตรงรุ่นให้ได้ก่อน สุดท้ายให้เปิดดูภายในว่ามีกลิ่นอับหรือคราบราหรือไม่ เพราะกลิ่นที่ฝังในพลาสติกมักกำจัดยากกว่าที่คิด และอย่าลืมว่าห้ามวางตู้นอนตอนขน
เครื่องซักผ้าให้ขอเปิดรอบซักสั้นดูจริงทั้งกระบวนการ ดูว่าน้ำเข้าเร็วพอ ถังหมุนสม่ำเสมอ น้ำระบายออกหมด และตอนปั่นไม่สั่นจนเครื่องเดิน เสียงครืดดังตอนปั่นมักเป็นลูกปืนถัง ซึ่งค่าซ่อมหลายพันบาทและมักไม่คุ้มกับเครื่องมือสอง สำหรับฝาหน้าให้เปิดยางขอบประตูดูราดำด้านใน ตรวจว่ามีน็อตล็อกถังสำหรับขนย้ายหรือไม่ และดูใต้เครื่องว่ามีคราบน้ำรั่วสะสมหรือเปล่า
ไมโครเวฟตรวจง่ายที่สุดแต่คนมักข้าม ให้อุ่นน้ำหนึ่งแก้วราวสองนาที ถ้าน้ำยังไม่ร้อนจัดแปลว่าแมกนีตรอนอ่อนแล้วและใกล้ต้องเปลี่ยน ต่อมาให้ดูแผ่นไมกาสีน้ำตาลที่ผนังด้านในว่าไหม้เป็นรูหรือลุกไหม้มาก่อนหรือไม่ แผ่นนี้เปลี่ยนได้ในราคาไม่แพงแต่ต้องเปลี่ยนก่อนใช้ต่อ และสุดท้ายให้ปิดประตูดูว่าล็อกสนิททุกจุด ขอบประตูไม่บิดหรือมีรอยกระแทก เพราะประตูที่ปิดไม่สนิทคือจุดเสี่ยงเรื่องคลื่นรั่วที่ควรเลี่ยงทันที
คำถามที่พบบ่อย
- ซื้อแอร์มือสองแล้วรวมค่าติดตั้งทั้งหมดประมาณเท่าไหร่
- นอกจากราคาเครื่องแล้ว ให้เผื่อค่าถอดจากบ้านเดิมราว 800–1,500 บาท และค่าติดตั้งที่บ้านใหม่พร้อมท่อชุดมาตรฐานราว 2,000–4,000 บาท ถ้าต้องเดินท่อยาวเพิ่มจะคิดเป็นเมตร ประมาณเมตรละ 300–500 บาท รวมแล้วส่วนที่เกินจากราคาเครื่องมักอยู่ที่ 2,500–5,000 บาท ตัวเลขจริงต่างกันตามระยะทาง ชั้นของอาคาร และช่างแต่ละร้าน จึงควรให้ช่างประเมินหน้างานก่อนตกลงราคาเครื่อง
- แอร์ที่ใช้น้ำยา R22 ยังซื้อได้อยู่ไหม
- ยังใช้งานได้ตามปกติถ้าระบบไม่รั่ว แต่ควรซื้อในราคาที่ต่ำกว่าเครื่อง R32 พอสมควร เพราะ R22 อยู่ในกลุ่มสารที่ทยอยเลิกใช้ ทำให้น้ำยาหายากขึ้นและแพงขึ้นทุกปี และการเปลี่ยนไปใช้น้ำยาชนิดอื่นแทนต้องปรับระบบซึ่งมักไม่คุ้มกับเครื่องมือสอง ถ้าคุณตั้งใจใช้ยาวเกินสามสี่ปี เลือกเครื่องที่เป็น R32 หรือ R410A จะสบายใจกว่า
- ประกันคอมเพรสเซอร์แอร์มือสองยังใช้ได้ไหมถ้าย้ายบ้าน
- ส่วนใหญ่ใช้ไม่ได้ เพราะประกันมักผูกกับใบเสร็จของผู้ซื้อคนแรกและตำแหน่งติดตั้งเดิม การถอดย้ายโดยช่างที่ไม่ได้รับการรับรองจากแบรนด์มักทำให้สิทธิ์สิ้นสุด อย่างไรก็ตามเงื่อนไขต่างกันไปในแต่ละแบรนด์ ทางที่ปลอดภัยคือขอดูใบรับประกันตัวจริง อ่านข้อความเรื่องการโอนสิทธิ์ และโทรถามศูนย์บริการของแบรนด์ก่อนจ่ายเงินเพิ่มเพราะคำว่าประกันยังเหลือ
- ตู้เย็นมือสองอายุกี่ปีถึงยังคุ้มที่จะซื้อ
- ช่วงที่คุ้มที่สุดคืออายุประมาณ 3–5 ปี เพราะราคาตกลงมามากแล้วแต่ยังเหลืออายุใช้งานอีกหลายปี ตู้เย็นที่ดูแลดีมักอยู่ได้ราว 10–15 ปี ส่วนเครื่องที่อายุเกิน 10 ปี แม้ราคาจะถูกมากแต่มักกินไฟมากกว่ารุ่นใหม่หลายสิบหน่วยต่อเดือน ซึ่งคิดเป็นเงินหลักร้อยบาทต่อเดือน จนส่วนลดที่ได้ตอนซื้อหายไปภายในสองสามปี
- เครื่องซักผ้าฝาหน้ากับฝาบน แบบไหนซื้อมือสองเสี่ยงน้อยกว่า
- ฝาบนเสี่ยงน้อยกว่าในภาพรวม เพราะโครงสร้างง่ายกว่า ช่างซ่อมได้ทั่วไป อะไหล่ถูกกว่า และขนย้ายไม่ต้องล็อกถัง ส่วนฝาหน้าซักได้สะอาดและประหยัดน้ำมากกว่า แต่จุดที่เสียบ่อยอย่างลูกปืนถังและซีลกันน้ำมีค่าซ่อมสูงเมื่อเทียบกับราคาเครื่องมือสอง ถ้าจะซื้อฝาหน้า ควรได้ทดสอบรอบปั่นจริงและตรวจยางขอบประตูกับใต้เครื่องให้ละเอียด
- ไมโครเวฟมือสองอันตรายไหม ตรวจอย่างไร
- ปลอดภัยถ้าประตูและซีลรอบประตูยังสมบูรณ์ ให้ตรวจว่าประตูปิดล็อกสนิททุกจุด บานไม่บิด ไม่มีรอยกระแทกที่ขอบ และไม่มีสนิมทะลุในช่องอบ จากนั้นทดสอบกำลังด้วยการอุ่นน้ำหนึ่งแก้วราวสองนาที ถ้าไม่ร้อนจัดแปลว่าแมกนีตรอนอ่อนแล้ว และอย่าลืมดูแผ่นไมกาสีน้ำตาลด้านในว่าไหม้เป็นรูหรือไม่ ถ้าไหม้ให้เปลี่ยนก่อนใช้งาน
- ขายเครื่องใช้ไฟฟ้าเก่าอย่างไรให้ขายออกเร็ว
- สามอย่างที่ได้ผลที่สุดคือ ทำความสะอาดเครื่องให้เรียบร้อยก่อนถ่ายรูป แนบคลิปสั้นตอนเครื่องทำงานจริง และเขียนข้อมูลรุ่น ขนาด ปีที่ซื้อ พร้อมตำหนิที่มีให้ครบ นอกจากนี้ควรระบุให้ชัดว่าราคารวมค่าถอดและค่าขนหรือไม่ เพราะความเข้าใจไม่ตรงกันเรื่องค่าขนส่งคือสาเหตุที่ทำให้ดีลในหมวดนี้ล่มบ่อยที่สุด

