2handquick

เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านมือสอง — แอร์ ตู้เย็น เครื่องซักผ้า ไมโครเวฟ

เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านเป็นหมวดที่ราคามือสองถูกกว่าของใหม่มาก แต่ก็เป็นหมวดที่ "ราคาป้าย" ไม่ใช่ราคาที่คุณจ่ายจริง เพราะยังมีค่าถอด ค่าขนย้าย ค่าติดตั้ง และค่าไฟรายเดือนตามมาด้วยเสมอ โดยทั่วไปแอร์ผนัง 9,000–12,000 BTU มือสองสภาพใช้งานได้จะประกาศขายกันราว 3,000–8,000 บาท แต่ต้องบวกค่าถอดจากบ้านเดิมและค่าติดตั้งที่บ้านคุณอีกประมาณ 2,500–5,000 บาท ส่วนตู้เย็น 2 ประตูขนาด 7–9 คิว อยู่ราว 2,000–5,000 บาท เครื่องซักผ้าฝาบนอัตโนมัติ 2,000–4,500 บาท และไมโครเวฟ 800–2,000 บาท เรื่องที่ทำให้คนซื้อแล้วเสียใจมีอยู่ไม่กี่ข้อ คือคอมเพรสเซอร์ที่ใกล้หมดอายุแต่ดูไม่ออกตอนซื้อ ประกันที่ไม่โอนตามเครื่อง แอร์รุ่นเก่าที่ใช้น้ำยา R22 ซึ่งหาเติมยากขึ้นทุกปี และเครื่องกินไฟที่ค่าไฟส่วนต่างแพงกว่าเงินที่ประหยัดได้ตอนซื้อ ถ้าคุณดูปีที่ผลิต ชนิดน้ำยา ฉลากประหยัดไฟ และได้ทดลองเปิดเครื่องจริงก่อนจ่ายเงิน ความเสี่ยงส่วนใหญ่จะหมดไป

ยังไม่มีประกาศในหมวดนี้

ยังไม่มีประกาศเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านที่ตรงเงื่อนไข

ลองปรับตัวกรอง หรือเป็นคนแรกที่ลงขายในหมวดนี้

คู่มือซื้อขายเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านมือสอง

สรุปสั้นๆ ที่ควรรู้

  • เครื่องใช้ไฟฟ้าเกือบทุกชิ้นมีป้ายข้อมูล (nameplate) อยู่ด้านหลังหรือด้านข้าง ระบุรุ่น หมายเลขเครื่อง กำลังไฟเป็นวัตต์ และมักมีปีที่ผลิต ให้ถ่ายรูปป้ายนี้ไว้ก่อนตัดสินใจเสมอ
  • แอร์ที่ขายในไทยตอนนี้ใช้น้ำยา R32 เป็นหลัก รุ่นก่อนหน้าใช้ R410A ส่วน R22 เป็นสารกลุ่ม HCFC ที่ถูกทยอยเลิกใช้ตามข้อตกลงระหว่างประเทศ ทำให้แอร์ R22 หาน้ำยาเติมยากขึ้นและมีค่าใช้จ่ายสูงขึ้นเรื่อยๆ
  • ประกันคอมเพรสเซอร์แอร์ใหม่ส่วนใหญ่อยู่ที่ 5 ปี แต่ผูกกับใบเสร็จ ผู้ซื้อคนแรก และตำแหน่งติดตั้งเดิม การถอดย้ายเครื่องมักทำให้ประกันสิ้นสุด เงื่อนไขต่างกันไปตามแบรนด์ จึงควรอ่านใบรับประกันจริงก่อนเชื่อคำบอกเล่า
  • ฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 ของ กฟผ. ปัจจุบันแบ่งเป็นระดับดาว คือ เบอร์ 5, เบอร์ 5 หนึ่งดาว ไปจนถึงสามดาว ยิ่งดาวมากยิ่งกินไฟน้อย ฉลากเบอร์ 5 แบบเก่าที่ไม่มีดาวจึงไม่ได้เท่ากับเบอร์ 5 รุ่นปัจจุบัน
  • ค่าไฟบ้านในไทยช่วงนี้ตกราวหน่วยละ 4 บาทเศษเมื่อรวมค่า Ft และภาษีแล้ว การเทียบวัตต์บนป้ายเครื่องกับชั่วโมงที่ใช้จริงจึงพอประเมินค่าไฟต่อเดือนได้คร่าวๆ
  • ตู้เย็นห้ามวางนอนขณะขนย้าย และหลังตั้งเข้าที่แล้วควรทิ้งไว้อย่างน้อย 4–6 ชั่วโมงก่อนเสียบปลั๊ก เพื่อให้น้ำมันในคอมเพรสเซอร์ไหลกลับที่เดิม
  • เครื่องซักผ้าฝาหน้าต้องใส่น็อตล็อกถัง (transit bolt) ก่อนขน ถ้าขนโดยไม่ล็อกถัง ชุดสปริงและลูกปืนอาจเสียหายระหว่างทางโดยที่มองจากภายนอกไม่เห็น
  • อุปกรณ์ที่มีมอเตอร์และความร้อนอย่างตู้เย็น เครื่องซักผ้า และเครื่องทำน้ำอุ่น ควรต่อสายดินและใช้ร่วมกับเครื่องตัดไฟรั่ว เพราะเป็นจุดที่ไฟรั่วบ่อยที่สุดในบ้าน

ช่วงราคาประกาศขายโดยประมาณ

ประเภท / รุ่นช่วงราคาหมายเหตุ
แอร์ผนัง 9,000–12,000 BTU มือสอง (ไม่รวมติดตั้ง)3,000–8,000 บาทราคาประกาศขายโดยประมาณ ตัวเลขขึ้นกับว่าเป็นระบบอินเวอร์เตอร์หรือไม่ อายุกี่ปี และเป็นแบรนด์ที่หาอะไหล่ง่ายหรือเปล่า
แอร์ผนัง 18,000–24,000 BTU มือสอง (ไม่รวมติดตั้ง)5,000–14,000 บาทราคาประกาศขายโดยประมาณ เครื่องขนาดใหญ่ค่าถอดและค่าติดตั้งสูงตามไปด้วย ควรคิดรวมก่อนเทียบกับเครื่องใหม่
ตู้เย็น 2 ประตู 7–9 คิว2,000–5,000 บาทราคาประกาศขายโดยประมาณ รุ่นอินเวอร์เตอร์อายุไม่เกิน 5 ปีจะอยู่ปลายช่วง ส่วนรุ่นอายุ 10 ปีขึ้นไปมักต่ำกว่า 2,500 บาท
ตู้เย็นไซด์บายไซด์ / มัลติดอร์ 4 ประตู6,000–20,000 บาทราคาประกาศขายโดยประมาณ กลุ่มนี้ค่าซ่อมสูงและขนย้ายยาก ควรตรวจระบบทำน้ำแข็งและบานประตูให้ครบก่อนตัดสินใจ
เครื่องซักผ้าฝาบนอัตโนมัติ 10–14 กก.2,000–4,500 บาทราคาประกาศขายโดยประมาณ เป็นกลุ่มที่ซื้อขายง่ายที่สุดเพราะขนย้ายไม่ยากและช่างซ่อมได้แทบทุกร้าน
เครื่องซักผ้าฝาหน้า / ซักอบในตัว3,000–12,000 บาทราคาประกาศขายโดยประมาณ ต้องเช็กเสียงลูกปืนถังและยางขอบประตูเป็นพิเศษ เพราะสองจุดนี้ค่าซ่อมสูงเมื่อเทียบกับราคาเครื่องมือสอง
ไมโครเวฟ 20–30 ลิตร800–2,000 บาทราคาประกาศขายโดยประมาณ รุ่นมีระบบย่างหรืออบลมร้อนในตัวจะสูงกว่ารุ่นอุ่นอย่างเดียวพอสมควร
เครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นเล็ก เช่น หม้อหุงข้าว พัดลม หม้อทอดไร้น้ำมัน200–1,500 บาทราคาประกาศขายโดยประมาณ ของกลุ่มนี้ค่าซ่อมมักไม่คุ้ม จึงควรซื้อเฉพาะเครื่องที่ทดลองใช้งานได้ครบทุกฟังก์ชันหน้างาน

เป็นราคาที่ผู้ขายตั้งประกาศโดยประมาณ ไม่ใช่ราคาซื้อขายจริง ราคาที่ตกลงกันจริงขึ้นอยู่กับสภาพสินค้าและการต่อรอง

เช็กลิสต์ก่อนตัดสินใจซื้อ

  1. ขอทดลองเปิดใช้งานจริงที่บ้านผู้ขายก่อนเสมอ อย่ารับเครื่องที่ถอดวางกองไว้แล้วโดยไม่เคยเห็นตอนทำงาน โดยเฉพาะแอร์และตู้เย็นที่ตรวจย้อนหลังแทบไม่ได้
  2. ถ่ายรูปป้ายข้อมูลด้านหลังเครื่องให้เห็นรุ่น หมายเลขเครื่อง และกำลังไฟ แล้วค้นรุ่นนั้นดูว่าปีที่ผลิตประมาณไหนและยังมีอะไหล่ขายอยู่หรือไม่
  3. แอร์ ให้เปิดทิ้งไว้อย่างน้อย 15–20 นาที แล้วเอามือหรือเทอร์โมมิเตอร์วัดลมที่ออกจากช่อง ลมควรเย็นจัดต่อเนื่อง ไม่ใช่เย็นแล้วอุ่นสลับไปมา ซึ่งมักแปลว่าน้ำยาพร่องหรือคอมเพรสเซอร์เริ่มมีปัญหา
  4. ถามให้ชัดว่าแอร์ใช้น้ำยาอะไร ดูได้จากสติกเกอร์บนคอยล์ร้อน ถ้าเป็น R22 ให้เผื่อใจว่าค่าเติมน้ำยาในอนาคตจะแพงขึ้นและหายากขึ้น
  5. ดูคอยล์ร้อนนอกบ้านว่าครีบอะลูมิเนียมยุบหรือผุมากแค่ไหน เครื่องที่ตั้งริมทะเลหรือโดนฝนสาดตลอดจะผุเร็วกว่าปกติและมักรั่วที่ท่อ
  6. ตู้เย็น ให้เสียบปลั๊กฟังเสียงคอมเพรสเซอร์ ควรเป็นเสียงเดินเรียบ ไม่ใช่เสียงกระแทกเป็นจังหวะ แล้วรอสัก 20–30 นาทีดูว่าช่องแช่แข็งเริ่มเย็นจริง
  7. ทดสอบยางขอบประตูตู้เย็นด้วยการหนีบกระดาษไว้ที่ขอบแล้วดึงออก ถ้าดึงออกง่ายแปลว่ายางเสื่อม ตู้จะทำงานหนักและกินไฟขึ้น
  8. เครื่องซักผ้า ให้ขอเปิดรอบซักสั้นดูจริงตั้งแต่เติมน้ำ ซัก จนถึงปั่นแห้ง ฟังเสียงตอนปั่น ถ้าดังครืดหรือสั่นแรงผิดปกติ มักเป็นลูกปืนถังซึ่งค่าซ่อมสูง
  9. เครื่องซักผ้าฝาหน้า ให้เปิดยางขอบประตูดูด้านในว่ามีคราบดำหรือรามากไหม และตรวจว่ามีน็อตล็อกถังสำหรับขนย้ายมาให้ด้วยหรือเปล่า
  10. ไมโครเวฟ ให้ทดสอบด้วยการอุ่นน้ำหนึ่งแก้วประมาณสองนาที ถ้าน้ำยังไม่ร้อนจัดแปลว่าแมกนีตรอนอ่อนแล้ว พร้อมกันนั้นให้ดูแผ่นไมกาสีน้ำตาลในช่องว่าไหม้ทะลุหรือไม่ และกดปิดประตูดูว่าล็อกสนิททุกจุด
  11. ตรวจสายไฟและปลั๊กทั้งเส้น ดูรอยแตก รอยไหม้ รอยพันเทป และดูว่าปลั๊กเป็นแบบสามขามีสายดินหรือไม่ สำหรับเครื่องที่มีมอเตอร์และความร้อน
  12. ถามหาใบเสร็จหรือใบรับประกัน ถ้ายังอยู่ในระยะประกันให้อ่านเงื่อนไขจริงว่าโอนสิทธิ์ให้เจ้าของใหม่ได้ไหม และการย้ายจุดติดตั้งทำให้ประกันสิ้นสุดหรือเปล่า
  13. ตกลงเรื่องค่าถอด ค่าขน และค่าติดตั้งให้จบก่อนโอนเงินมัดจำ ระบุให้ชัดว่าใครออกค่าอะไร เพราะยอดส่วนนี้บางครั้งใกล้เคียงกับราคาตัวเครื่องเอง
  14. วัดพื้นที่วางจริง ความกว้างประตูบ้าน ลิฟต์ และช่องบันได ก่อนตกลงซื้อของชิ้นใหญ่ เพราะตู้เย็นสองประตูและเครื่องซักผ้าฝาหน้ามักติดตรงวงกบประตูห้องน้ำหรือมุมหักบันได

เคล็ดลับสำหรับคนขาย

  1. ถ่ายคลิปสั้นตอนเครื่องทำงานจริงแนบไปกับประกาศ เช่น คลิปแอร์ที่เห็นลมเย็นและอุณหภูมิบนรีโมต หรือคลิปเครื่องซักผ้าตอนปั่น คลิปแบบนี้ตัดคำถามได้ครึ่งหนึ่งและทำให้ผู้ซื้อกล้าตัดสินใจเร็วขึ้น
  2. ทำความสะอาดเครื่องให้เรียบร้อยก่อนถ่ายรูป ล้างแผ่นกรองแอร์ เช็ดยางขอบตู้เย็น ล้างช่องใส่ผงซักฟอก เครื่องที่ดูสะอาดขายได้ราคาต่างจากเครื่องที่มีคราบหลายร้อยบาททันที
  3. ระบุรุ่น ขนาด BTU หรือความจุ ปีที่ซื้อ ชนิดน้ำยาแอร์ และระดับฉลากประหยัดไฟไว้ในประกาศให้ครบ ผู้ซื้อหมวดนี้ค้นหาด้วยตัวเลขเหล่านี้เป็นหลัก
  4. ถ่ายรูปป้ายข้อมูลด้านหลังเครื่องแนบไปด้วยเลย เป็นหลักฐานที่ตรวจสอบได้และช่วยให้ผู้ซื้อไปหาข้อมูลรุ่นต่อเองได้ทันที
  5. บอกเหตุผลที่ขายอย่างตรงไปตรงมา เช่น ย้ายบ้าน ซื้อเครื่องใหม่ หรือห้องเล็กลง เหตุผลที่สมเหตุสมผลช่วยลดความกังวลว่าเครื่องกำลังจะเสีย
  6. แจ้งตำหนิและอาการที่มีให้หมด เช่น ไฟในตู้เย็นไม่ติด ฝาไมโครเวฟฝืด หรือแอร์เคยเติมน้ำยาเมื่อปีที่แล้ว การบอกล่วงหน้าช่วยกันการต่อรองหน้างานและการขอคืนเงินภายหลัง
  7. ถ้ามีใบเสร็จ ใบรับประกัน คู่มือ รีโมต หรืออุปกรณ์เสริมครบ ให้ชูเป็นจุดขาย เฉพาะรีโมตแอร์แท้ตรงรุ่นอย่างเดียวก็มีผลต่อการตัดสินใจแล้ว
  8. ตั้งราคาโดยเทียบกับประกาศของรุ่นใกล้เคียงที่อายุพอกัน แล้วเขียนให้ชัดว่าราคานี้รวมหรือไม่รวมค่าถอดและค่าขน เพราะความเข้าใจไม่ตรงกันเรื่องนี้คือสาเหตุที่ดีลล่มบ่อยที่สุดในหมวดนี้
  9. สำหรับแอร์ ให้แนะนำช่างที่เคยล้างเครื่องให้คุณเป็นทางเลือกกับผู้ซื้อ ช่างที่รู้จักเครื่องอยู่แล้วมักถอดได้เรียบร้อยกว่า และผู้ซื้อชอบเพราะไม่ต้องหาช่างเอง
  10. ให้ผู้ซื้อมาดูเครื่องตอนยังติดตั้งอยู่และทดสอบจนพอใจก่อน แล้วค่อยนัดวันถอด ลำดับนี้สำคัญเพราะเมื่อถอดลงมาแล้วคุณจะพิสูจน์ไม่ได้อีกว่าเครื่องเคยทำงานดี และเครื่องที่ถอดกองไว้มักถูกกดราคาลงอีกหลายพัน
  11. ตกลงล่วงหน้าให้ชัดว่าถ้าเครื่องติดตั้งที่บ้านผู้ซื้อแล้วไม่ทำงาน ใครรับผิดชอบส่วนไหน ข้อตกลงที่ยุติธรรมและใช้กันบ่อยคือผู้ขายรับผิดชอบเฉพาะกรณีที่พิสูจน์ได้ว่าตัวเครื่องเสียเอง ไม่ใช่ความผิดพลาดจากการติดตั้ง เขียนไว้ในแชทตั้งแต่แรกจะช่วยได้มากเมื่อเกิดปัญหา

แอร์มือสอง ราคาจริงคือราคาเครื่องบวกค่าถอดบวกค่าติดตั้ง

แอร์เป็นสินค้าเดียวในหมวดนี้ที่ซื้อมาแล้วใช้เองไม่ได้ทันที ต้องมีช่างถอดจากบ้านเดิมและติดตั้งที่บ้านใหม่ ค่าถอดโดยทั่วไปอยู่ราว 800–1,500 บาทต่อเครื่อง ส่วนค่าติดตั้งใหม่พร้อมท่อน้ำยาชุดมาตรฐาน 4 เมตรมักอยู่ราว 2,000–4,000 บาท ถ้าต้องเดินท่อยาวกว่านั้นคิดเพิ่มเป็นเมตร ประมาณเมตรละ 300–500 บาท และอาจมีค่าขาแขวนคอยล์ร้อน ค่าเจาะผนัง หรือค่าเดินสายไฟเพิ่มอีก รวมแล้วค่าใช้จ่ายหลังราคาเครื่องมักอยู่ที่ 2,500–5,000 บาท

เมื่อบวกทุกอย่างแล้ว ให้เทียบกับแอร์ใหม่ขนาดเดียวกัน ซึ่งรุ่นอินเวอร์เตอร์ 9,000–12,000 BTU ของแบรนด์หลักมักอยู่ราว 15,000–23,000 บาทพร้อมติดตั้งและมีประกันคอมเพรสเซอร์ 5 ปี ถ้าแอร์มือสองที่คุณกำลังจะซื้อรวมทุกอย่างแล้วเกินครึ่งหนึ่งของราคาเครื่องใหม่ ให้ชั่งใจให้ดี เพราะสิ่งที่คุณเสียไปคือประกันคอมเพรสเซอร์และความมั่นใจว่าเครื่องจะอยู่กับคุณอีกกี่ปี ในทางกลับกัน ถ้าเป็นแอร์อินเวอร์เตอร์อายุ 2–4 ปี ราคาไม่แพง และเจ้าของเดิมล้างเครื่องสม่ำเสมอ ดีลแบบนี้มักคุ้มจริง

จุดที่มือใหม่พลาดบ่อยที่สุดคือการซื้อแอร์ที่ถอดออกมากองไว้แล้ว เพราะคุณจะไม่มีทางรู้ว่าตอนถอดช่างเก็บน้ำยากลับเข้าเครื่องหรือปล่อยทิ้ง และไม่รู้ว่าก่อนถอดเครื่องยังเย็นดีอยู่หรือเปล่า ถ้าเลี่ยงไม่ได้จริงๆ ให้ขอคลิปตอนเครื่องยังทำงานอยู่ที่จุดเดิมพร้อมเห็นอุณหภูมิบนรีโมต และต่อรองราคาลงเพื่อชดเชยความเสี่ยงส่วนนี้

  • ค่าถอดแอร์ผนังโดยประมาณ 800–1,500 บาทต่อเครื่อง
  • ค่าติดตั้งใหม่พร้อมท่อชุดมาตรฐานโดยประมาณ 2,000–4,000 บาท
  • ท่อน้ำยาส่วนที่เกินจากชุดมาตรฐาน คิดเพิ่มราวเมตรละ 300–500 บาท
  • ค่าล้างแอร์ผนังทั่วไปราว 500–800 บาทต่อเครื่อง ควรล้างทันทีหลังติดตั้ง

น้ำยาแอร์ R32, R410A และ R22 ต่างกันอย่างไรและทำไมต้องดู

แอร์ที่วางขายในไทยปัจจุบันใช้น้ำยา R32 เป็นมาตรฐาน ก่อนหน้านั้นเป็น R410A และย้อนไปอีกคือ R22 ซึ่งเป็นสารในกลุ่ม HCFC ที่ทั่วโลกรวมถึงไทยทยอยเลิกใช้ตามข้อตกลงระหว่างประเทศ ผลกระทบกับคุณในทางปฏิบัติคือ แอร์ R22 ยังใช้ได้อยู่ก็จริง แต่เมื่อถึงวันที่น้ำยาพร่องหรือรั่ว การหาน้ำยาเติมจะยากขึ้นและแพงขึ้นเรื่อยๆ ตามปริมาณที่เหลือในตลาด

อีกเรื่องที่ควรรู้คือน้ำยาแต่ละชนิดใช้แทนกันไม่ได้ตามใจ เพราะแรงดันและน้ำมันหล่อลื่นในระบบต่างกัน การเปลี่ยนชนิดน้ำยาต้องล้างระบบและเปลี่ยนอุปกรณ์บางส่วน ซึ่งมักไม่คุ้มกับแอร์มือสองราคาไม่กี่พัน ดังนั้นเวลาดูเครื่อง ให้เดินไปดูสติกเกอร์ที่คอยล์ร้อนนอกบ้านซึ่งระบุชนิดน้ำยาไว้ชัดเจน แล้วใช้ข้อมูลนั้นประกอบการต่อรอง

ข้อควรระวังอีกข้อคือ แอร์ที่ไม่มีรอยรั่วจะไม่ต้องเติมน้ำยาเลยตลอดอายุใช้งาน ระบบเป็นวงจรปิด ถ้าเจ้าของเดิมบอกว่าเติมน้ำยาทุกปี นั่นแปลว่าระบบรั่วอยู่และยังไม่ได้แก้ที่ต้นเหตุ ให้ถือเป็นสัญญาณเตือนมากกว่าจะเป็นข้อดีว่าดูแลเครื่องดี

ประกันคอมเพรสเซอร์กับอายุจริงของเครื่อง

คอมเพรสเซอร์คือหัวใจของทั้งแอร์ ตู้เย็น และบางส่วนของเครื่องซักผ้าอบผ้า และเป็นชิ้นที่ค่าซ่อมสูงที่สุด แอร์ใหม่ส่วนใหญ่ให้ประกันคอมเพรสเซอร์ 5 ปี ขณะที่อะไหล่อื่นและค่าแรงมักอยู่ที่ 1 ปี ตู้เย็นก็มีโครงสร้างประกันคล้ายกัน ปัญหาของตลาดมือสองคือประกันเหล่านี้ตามปกติจะผูกกับใบเสร็จของผู้ซื้อคนแรกและตำแหน่งติดตั้งเดิม การถอดย้ายเครื่องโดยช่างนอกจึงมักทำให้สิทธิ์สิ้นสุด

สิ่งที่ทำได้จริงคือขอดูใบเสร็จและใบรับประกันตัวจริง อ่านเงื่อนไขว่าโอนสิทธิ์ได้หรือไม่ และถ้าจำเป็นให้โทรถามศูนย์บริการของแบรนด์นั้นโดยตรงก่อนตัดสินใจ อย่าจ่ายเงินเพิ่มเพราะคำว่า "ประกันยังเหลือ" ลอยๆ เพราะในหลายกรณีสิทธิ์นั้นใช้ไม่ได้จริงเมื่อเครื่องย้ายบ้านแล้ว

ถ้าประกันใช้ไม่ได้ ให้กลับมาดูที่อายุเครื่องแทน แอร์และตู้เย็นที่ดูแลดีมักใช้งานได้ราว 10–15 ปี เครื่องซักผ้าราว 8–12 ปี ดังนั้นเครื่องอายุ 3–5 ปีคือช่วงที่คุ้มที่สุดในตลาดมือสอง เพราะราคาตกลงมาเยอะแล้วแต่ยังเหลืออายุใช้งานอีกยาว ขณะที่เครื่องอายุเกิน 10 ปี ต่อให้ราคาถูกมากก็ควรมองว่าเป็นของใช้ชั่วคราว ไม่ใช่ของที่จะอยู่กับคุณไปอีกหลายปี

ค่าไฟกับฉลากเบอร์ 5 — ของถูกที่อาจแพงกว่าในระยะยาว

ฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 ของ กฟผ. ปัจจุบันใช้ระบบดาว คือ เบอร์ 5 ธรรมดา ไปจนถึงเบอร์ 5 สามดาว ยิ่งดาวมากยิ่งกินไฟน้อยลง จุดที่คนเข้าใจผิดบ่อยคือคิดว่าฉลากเบอร์ 5 ทุกใบเท่ากันหมด ทั้งที่เกณฑ์ถูกยกระดับมาแล้วหลายรอบ เครื่องที่ติดฉลากเบอร์ 5 เมื่อสิบปีก่อนจึงมักกินไฟมากกว่าเครื่องเบอร์ 5 สามดาวในวันนี้อย่างเห็นได้ชัด

ลองคิดเป็นตัวเงินให้เห็นภาพ ตู้เย็นสองประตูรุ่นเก่าอายุสิบกว่าปีมักกินไฟราว 40–60 หน่วยต่อเดือน ขณะที่รุ่นอินเวอร์เตอร์ใหม่ขนาดใกล้กันอาจอยู่ราว 20–30 หน่วย ส่วนต่างประมาณ 20–30 หน่วย เมื่อคูณค่าไฟหน่วยละ 4 บาทเศษก็ราว 80–130 บาทต่อเดือน หรือปีละหลักพันบาท ตัวเลขนี้ทำให้ตู้เย็นเก่าราคา 1,500 บาทกลายเป็นของที่แพงกว่าตู้เย็นมือสองอายุน้อยราคา 4,000 บาทภายในเวลาไม่ถึงสามปี

หลักการเดียวกันใช้กับแอร์ ซึ่งเป็นเครื่องที่กินไฟมากที่สุดในบ้านคนไทย แอร์ 12,000 BTU ระบบอินเวอร์เตอร์ทำงานอยู่ราว 900–1,300 วัตต์ตอนเร่งเต็มที่ แล้วลดรอบลงเมื่อห้องเย็นได้ที่ ส่วนแอร์รุ่นเก่าที่ไม่ใช่อินเวอร์เตอร์จะตัดต่อเป็นช่วงและกินไฟสม่ำเสมอกว่าตลอดคืน วิธีประเมินคร่าวๆ คือเอาวัตต์บนป้ายคูณจำนวนชั่วโมงที่ใช้ต่อวัน หารด้วยพัน จะได้จำนวนหน่วยต่อวัน แล้วคูณด้วยค่าไฟต่อหน่วยและจำนวนวัน

  • ดูฉลากว่าเป็นเบอร์ 5 แบบมีดาวหรือไม่ และเป็นฉลากของปีไหน
  • ตู้เย็นและแอร์ที่อายุเกิน 10 ปี ส่วนต่างค่าไฟมักกลืนส่วนลดที่ได้ตอนซื้อ
  • สูตรคร่าวๆ คือ (วัตต์ ÷ 1000) × ชั่วโมงที่ใช้ต่อวัน × 30 × ค่าไฟต่อหน่วย
  • ยางขอบประตูตู้เย็นที่เสื่อมและแผ่นกรองแอร์ที่ตันทำให้ค่าไฟสูงขึ้นได้จริง ควรจัดการทันทีหลังรับเครื่อง

ตู้เย็น เครื่องซักผ้า และไมโครเวฟ ตรวจอะไรบ้างหน้างาน

ตู้เย็นให้เริ่มจากเสียบปลั๊กและฟังเสียง คอมเพรสเซอร์ที่ดีจะเดินเรียบและสั่นน้อย ถ้าได้ยินเสียงกระแทกเป็นจังหวะหรือเสียงหวีดแหลม ให้ข้ามไปเลย จากนั้นตรวจยางขอบประตูด้วยการหนีบกระดาษแล้วลองดึง ถ้าหลุดง่ายแปลว่ายางเสื่อม ซึ่งเปลี่ยนได้ในราคาหลักร้อยถึงพันต้นๆ แต่ต้องหาอะไหล่ตรงรุ่นให้ได้ก่อน สุดท้ายให้เปิดดูภายในว่ามีกลิ่นอับหรือคราบราหรือไม่ เพราะกลิ่นที่ฝังในพลาสติกมักกำจัดยากกว่าที่คิด และอย่าลืมว่าห้ามวางตู้นอนตอนขน

เครื่องซักผ้าให้ขอเปิดรอบซักสั้นดูจริงทั้งกระบวนการ ดูว่าน้ำเข้าเร็วพอ ถังหมุนสม่ำเสมอ น้ำระบายออกหมด และตอนปั่นไม่สั่นจนเครื่องเดิน เสียงครืดดังตอนปั่นมักเป็นลูกปืนถัง ซึ่งค่าซ่อมหลายพันบาทและมักไม่คุ้มกับเครื่องมือสอง สำหรับฝาหน้าให้เปิดยางขอบประตูดูราดำด้านใน ตรวจว่ามีน็อตล็อกถังสำหรับขนย้ายหรือไม่ และดูใต้เครื่องว่ามีคราบน้ำรั่วสะสมหรือเปล่า

ไมโครเวฟตรวจง่ายที่สุดแต่คนมักข้าม ให้อุ่นน้ำหนึ่งแก้วราวสองนาที ถ้าน้ำยังไม่ร้อนจัดแปลว่าแมกนีตรอนอ่อนแล้วและใกล้ต้องเปลี่ยน ต่อมาให้ดูแผ่นไมกาสีน้ำตาลที่ผนังด้านในว่าไหม้เป็นรูหรือลุกไหม้มาก่อนหรือไม่ แผ่นนี้เปลี่ยนได้ในราคาไม่แพงแต่ต้องเปลี่ยนก่อนใช้ต่อ และสุดท้ายให้ปิดประตูดูว่าล็อกสนิททุกจุด ขอบประตูไม่บิดหรือมีรอยกระแทก เพราะประตูที่ปิดไม่สนิทคือจุดเสี่ยงเรื่องคลื่นรั่วที่ควรเลี่ยงทันที

คำถามที่พบบ่อย

ซื้อแอร์มือสองแล้วรวมค่าติดตั้งทั้งหมดประมาณเท่าไหร่
นอกจากราคาเครื่องแล้ว ให้เผื่อค่าถอดจากบ้านเดิมราว 800–1,500 บาท และค่าติดตั้งที่บ้านใหม่พร้อมท่อชุดมาตรฐานราว 2,000–4,000 บาท ถ้าต้องเดินท่อยาวเพิ่มจะคิดเป็นเมตร ประมาณเมตรละ 300–500 บาท รวมแล้วส่วนที่เกินจากราคาเครื่องมักอยู่ที่ 2,500–5,000 บาท ตัวเลขจริงต่างกันตามระยะทาง ชั้นของอาคาร และช่างแต่ละร้าน จึงควรให้ช่างประเมินหน้างานก่อนตกลงราคาเครื่อง
แอร์ที่ใช้น้ำยา R22 ยังซื้อได้อยู่ไหม
ยังใช้งานได้ตามปกติถ้าระบบไม่รั่ว แต่ควรซื้อในราคาที่ต่ำกว่าเครื่อง R32 พอสมควร เพราะ R22 อยู่ในกลุ่มสารที่ทยอยเลิกใช้ ทำให้น้ำยาหายากขึ้นและแพงขึ้นทุกปี และการเปลี่ยนไปใช้น้ำยาชนิดอื่นแทนต้องปรับระบบซึ่งมักไม่คุ้มกับเครื่องมือสอง ถ้าคุณตั้งใจใช้ยาวเกินสามสี่ปี เลือกเครื่องที่เป็น R32 หรือ R410A จะสบายใจกว่า
ประกันคอมเพรสเซอร์แอร์มือสองยังใช้ได้ไหมถ้าย้ายบ้าน
ส่วนใหญ่ใช้ไม่ได้ เพราะประกันมักผูกกับใบเสร็จของผู้ซื้อคนแรกและตำแหน่งติดตั้งเดิม การถอดย้ายโดยช่างที่ไม่ได้รับการรับรองจากแบรนด์มักทำให้สิทธิ์สิ้นสุด อย่างไรก็ตามเงื่อนไขต่างกันไปในแต่ละแบรนด์ ทางที่ปลอดภัยคือขอดูใบรับประกันตัวจริง อ่านข้อความเรื่องการโอนสิทธิ์ และโทรถามศูนย์บริการของแบรนด์ก่อนจ่ายเงินเพิ่มเพราะคำว่าประกันยังเหลือ
ตู้เย็นมือสองอายุกี่ปีถึงยังคุ้มที่จะซื้อ
ช่วงที่คุ้มที่สุดคืออายุประมาณ 3–5 ปี เพราะราคาตกลงมามากแล้วแต่ยังเหลืออายุใช้งานอีกหลายปี ตู้เย็นที่ดูแลดีมักอยู่ได้ราว 10–15 ปี ส่วนเครื่องที่อายุเกิน 10 ปี แม้ราคาจะถูกมากแต่มักกินไฟมากกว่ารุ่นใหม่หลายสิบหน่วยต่อเดือน ซึ่งคิดเป็นเงินหลักร้อยบาทต่อเดือน จนส่วนลดที่ได้ตอนซื้อหายไปภายในสองสามปี
เครื่องซักผ้าฝาหน้ากับฝาบน แบบไหนซื้อมือสองเสี่ยงน้อยกว่า
ฝาบนเสี่ยงน้อยกว่าในภาพรวม เพราะโครงสร้างง่ายกว่า ช่างซ่อมได้ทั่วไป อะไหล่ถูกกว่า และขนย้ายไม่ต้องล็อกถัง ส่วนฝาหน้าซักได้สะอาดและประหยัดน้ำมากกว่า แต่จุดที่เสียบ่อยอย่างลูกปืนถังและซีลกันน้ำมีค่าซ่อมสูงเมื่อเทียบกับราคาเครื่องมือสอง ถ้าจะซื้อฝาหน้า ควรได้ทดสอบรอบปั่นจริงและตรวจยางขอบประตูกับใต้เครื่องให้ละเอียด
ไมโครเวฟมือสองอันตรายไหม ตรวจอย่างไร
ปลอดภัยถ้าประตูและซีลรอบประตูยังสมบูรณ์ ให้ตรวจว่าประตูปิดล็อกสนิททุกจุด บานไม่บิด ไม่มีรอยกระแทกที่ขอบ และไม่มีสนิมทะลุในช่องอบ จากนั้นทดสอบกำลังด้วยการอุ่นน้ำหนึ่งแก้วราวสองนาที ถ้าไม่ร้อนจัดแปลว่าแมกนีตรอนอ่อนแล้ว และอย่าลืมดูแผ่นไมกาสีน้ำตาลด้านในว่าไหม้เป็นรูหรือไม่ ถ้าไหม้ให้เปลี่ยนก่อนใช้งาน
ขายเครื่องใช้ไฟฟ้าเก่าอย่างไรให้ขายออกเร็ว
สามอย่างที่ได้ผลที่สุดคือ ทำความสะอาดเครื่องให้เรียบร้อยก่อนถ่ายรูป แนบคลิปสั้นตอนเครื่องทำงานจริง และเขียนข้อมูลรุ่น ขนาด ปีที่ซื้อ พร้อมตำหนิที่มีให้ครบ นอกจากนี้ควรระบุให้ชัดว่าราคารวมค่าถอดและค่าขนหรือไม่ เพราะความเข้าใจไม่ตรงกันเรื่องค่าขนส่งคือสาเหตุที่ทำให้ดีลในหมวดนี้ล่มบ่อยที่สุด