คู่มือซื้อขายมอเตอร์ไซค์มือสอง
สรุปสั้นๆ ที่ควรรู้
- เล่มทะเบียนมอเตอร์ไซค์ระบุทั้งเลขเครื่องยนต์และเลขตัวถัง ต้องเทียบกับที่ตอกอยู่บนตัวรถให้ตรงทุกหลัก ไม่ใช่ดูแค่เลขทะเบียน
- รถที่เลขเครื่องหรือเลขตัวถังถูกขูด ตอกทับ หรือเชื่อมใหม่ ถือเป็นสัญญาณของรถสวมทะเบียน ซึ่งอาจถูกยึดได้แม้คุณจะซื้อมาโดยสุจริต
- ภาษีรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลถูกมากเมื่อเทียบกับรถยนต์ อยู่ในหลักร้อยบาทต่อปี แต่ถ้าค้างเกิน 3 ปีทะเบียนจะถูกระงับและต้องคืนแผ่นป้าย
- เบี้ย พ.ร.บ. ของมอเตอร์ไซค์คิดเป็นขั้นตามความจุเครื่องยนต์ แบ่งเป็นไม่เกิน 75 ซีซี, เกิน 75 ถึง 125 ซีซี, เกิน 125 ถึง 150 ซีซี และเกิน 150 ซีซี โดยขั้นถูกที่สุดอยู่ราวร้อยหกสิบบาทต่อปี ส่วนขั้นสูงสุดราวหกร้อยสี่สิบบาทต่อปีเมื่อรวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว
- รถจักรยานยนต์ที่จดทะเบียนมาเกิน 5 ปีต้องผ่านการตรวจสภาพจากสถานตรวจสภาพเอกชน (ตรอ.) ก่อนต่อภาษีทุกปี ค่าตรวจหลักสิบบาท
- รถออโต้ทุกรุ่นใช้สายพานและชุดคลัตช์แทนโซ่ สายพานเป็นอะไหล่สิ้นเปลืองที่มีอายุการใช้งานราวสองหมื่นกิโลเมตร ต่างจากรถเกียร์ที่ใช้ชุดโซ่สเตอร์
- บิ๊กไบค์ตั้งแต่ 400 ซีซีขึ้นไปมีค่าบำรุงรักษาสูงกว่ารถเล็กหลายเท่า โดยเฉพาะยางคู่หน้าหลังและระยะเช็กวาล์วตามคู่มือ
- ต้องแจ้งโอนภายใน 15 วันนับจากวันซื้อขาย และถ้ารถทะเบียนต่างจังหวัด การย้ายทะเบียนเข้าจังหวัดของคุณเป็นคนละขั้นตอนกับการโอน ต้องแจ้งย้ายออกที่ต้นทางก่อนแล้วจึงแจ้งย้ายเข้า
ช่วงราคาประกาศขายโดยประมาณ
| ประเภท / รุ่น | ช่วงราคา | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| รถครอบครัวเกียร์ธรรมดา อายุ 2–5 ปี (Wave 110i, Wave 125i, Dream) | 18,000–34,000 บาท | ราคาประกาศขายโดยประมาณ กลุ่มนี้กินน้ำมันน้อยที่สุดและร้านซ่อมรับทุกซอย จึงเป็นรถที่ปล่อยต่อได้เร็วแม้เลขไมล์สูง |
| รถออโต้ 110–125 ซีซี อายุ 2–5 ปี (Click 125i, Scoopy, Fino, Mio, Grand Filano) | 25,000–48,000 บาท | ราคาประกาศขายโดยประมาณ ต้องเช็กสายพานและชุดคลัตช์เป็นพิเศษเพราะเป็นจุดสึกหลักของรถออโต้ Grand Filano อยู่ปลายช่วงเพราะเป็นรุ่นไฮบริดที่ราคาป้ายสูงกว่ารุ่นอื่นในพิกัดเดียวกัน |
| รถออโต้พิกัด 150–160 ซีซี อายุ 1–4 ปี (PCX 160, Aerox 155, ADV 160, NMAX) | 45,000–80,000 บาท | ราคาประกาศขายโดยประมาณ PCX และ ADV รักษาราคาได้ดีกว่ารุ่นอื่นในกลุ่มเดียวกัน |
| รถสปอร์ตเล็กและรถวิบาก 150–160 ซีซี (CBR150R, R15, GPX Demon, CRF150L) | 35,000–75,000 บาท | ราคาประกาศขายโดยประมาณ ควรระวังรถที่ผ่านการใช้งานหนักหรือเคยลงสนาม |
| บิ๊กไบค์พิกัด 300–500 ซีซี อายุ 2–5 ปี (Ninja 400, Rebel 500, CB500X, Z400) | 110,000–180,000 บาท | ราคาประกาศขายโดยประมาณ กลุ่มนี้เป็นบิ๊กไบค์คันแรกของคนส่วนใหญ่ จึงมีของหมุนเวียนในตลาดเยอะ |
| บิ๊กไบค์พิกัด 650–900 ซีซี อายุ 2–6 ปี (CB650R, MT-07, Z900, Versys 650) | 180,000–300,000 บาท | ราคาประกาศขายโดยประมาณ ควรถามระยะเช็กวาล์วครั้งล่าสุดและดูสมุดประวัติศูนย์ให้ครบ |
| รถคลาสสิกและรถแต่ง (W175, GPX Legend, Rebel 300 แต่ง) | 35,000–90,000 บาท | ราคาประกาศขายโดยประมาณ ของแต่งมักไม่เพิ่มราคาขายต่อเท่าที่เจ้าของจ่ายไป ควรถามว่ามีอะไหล่เดิมเก็บไว้ด้วยหรือไม่ |
เป็นราคาที่ผู้ขายตั้งประกาศโดยประมาณ ไม่ใช่ราคาซื้อขายจริง ราคาที่ตกลงกันจริงขึ้นอยู่กับสภาพสินค้าและการต่อรอง
เช็กลิสต์ก่อนตัดสินใจซื้อ
- ขอดูเล่มทะเบียนตัวจริงคู่กับบัตรประชาชนผู้ขาย ถ้าชื่อในเล่มไม่ใช่คนที่มาขายให้ถามหาสัญญาซื้อขายทอดก่อนหน้า เพราะมอเตอร์ไซค์เปลี่ยนมือหลายทอดแบบโอนลอยกันเยอะ และถ้าช่องผู้ถือกรรมสิทธิ์เป็นชื่อบริษัทไฟแนนซ์แปลว่ารถยังผ่อนไม่หมด
- หาตำแหน่งเลขตัวถังที่ตอกบนโครงรถและเลขเครื่องที่ฝาครอบเครื่อง แล้วเทียบกับในเล่มทุกหลัก ถ้าอ่านไม่ออก มีรอยขูด มีรอยตอกซ้ำ หรือมีสีพ่นทับ ให้ยกเลิกทันที
- ถ้าราคาสูงหรือรู้สึกไม่มั่นใจ ให้นัดผู้ขายไปตรวจสอบหลักฐานทะเบียนรถที่สำนักงานขนส่งด้วยกันก่อนจ่ายเงิน ขั้นตอนนี้ตัดปัญหารถสวมทะเบียนได้ตรงที่สุด
- ตรวจสถานะภาษีประจำปีจากป้ายวงกลมและถามว่าค้างมากี่ปี รถที่ค้างเกินสามปีทะเบียนถูกระงับแล้ว ต้องจดใหม่ซึ่งยุ่งกว่าที่คิดมาก
- ถามว่า พ.ร.บ. ยังไม่หมดอายุหรือไม่ ถ้าขาดก็ต้องทำใหม่ก่อนจึงจะต่อภาษีได้ ค่าใช้จ่ายส่วนนี้ควรคุยกันให้จบก่อนตกลงราคา
- สตาร์ตรถตอนเครื่องเย็นและฟังเสียง ถ้าติดยาก มีควันขาวหรือควันน้ำมันออกท่อ หรือมีเสียงเคาะจากห้องเครื่อง ให้ตั้งข้อสงสัยเรื่องเครื่องภายใน
- รถเกียร์ให้ดูชุดโซ่สเตอร์ กดโซ่ดูระยะหย่อนว่าอยู่ประมาณ 2–3 เซนติเมตร ดูว่าโซ่มีสนิมหรือข้อฝืดเป็นจุดหรือไม่ และดูฟันสเตอร์ว่าสึกจนแหลมเป็นตะขอแล้วหรือยัง
- รถออโต้ให้ลองเร่งจากจุดหยุดนิ่ง ถ้ารอบเครื่องขึ้นแต่รถไม่ไป มีเสียงหอน หรือมีอาการสั่นตอนออกตัว มักหมายถึงสายพานหรือชุดคลัตช์ใกล้หมดอายุ
- ขับทดสอบอย่างน้อยหนึ่งกิโลเมตร ลองเบรกหน้าและหลังแยกกัน ฟังเสียงลูกปืนล้อ ปล่อยแฮนด์เบาๆ บนทางตรงเพื่อดูว่ารถดึงไปข้างใดข้างหนึ่งไหม
- ยกรถขึ้นขาตั้งกลางแล้วโยกล้อหน้าซ้ายขวาเพื่อเช็กลูกปืนคอ และหมุนล้อฟังเสียงลูกปืนล้อทั้งสองข้าง
- ดูโช้กหน้าว่ามีคราบน้ำมันซึมที่แกนหรือไม่ และกดหน้ารถลงเพื่อฟังเสียงและดูการคืนตัว โช้กที่รั่วต้องเปลี่ยนซีลหรือทั้งชุด
- ตรวจโครงรถบริเวณคอรถและใต้เบาะว่ามีรอยเชื่อมใหม่ รอยบิด หรือสีที่ไม่เข้ากันหรือไม่ ซึ่งเป็นร่องรอยของรถที่เคยล้มหนักหรือชนหน้า
- ดูสภาพยางทั้งสองเส้น ทั้งความลึกดอกยางและปีที่ผลิตซึ่งพิมพ์เป็นเลขสี่หลักบนแก้มยาง ยางเก่าเกินสี่ห้าปีควรเปลี่ยนแม้ดอกยังเหลือ
- บิ๊กไบค์ให้ขอสมุดประวัติเข้าศูนย์และถามระยะเช็กวาล์วครั้งล่าสุด รวมถึงเช็กว่าเปลี่ยนของแต่งอะไรไปบ้างและยังเก็บอะไหล่เดิมไว้หรือไม่
เคล็ดลับสำหรับคนขาย
- ล้างรถและเช็ดคราบน้ำมันที่เครื่องให้สะอาดก่อนถ่ายรูป แต่อย่าฉีดน้ำแรงเข้าชุดสายไฟหรือรูกุญแจ และอย่าพ่นน้ำยาเคลือบเงาที่ยางล้อกับแป้นเบรก เพราะผู้ซื้อที่มีประสบการณ์จะมองว่าเป็นการกลบร่องรอย ไม่ใช่การดูแล
- ถ่ายรูปกลางแจ้งอย่างน้อย 10 รูป ให้ครบทั้งด้านซ้าย ด้านขวา หน้า หลัง เรือนไมล์ที่เห็นเลขชัด เครื่องยนต์ ชุดโซ่สเตอร์หรือช่องสายพาน ยางทั้งสองเส้น และเล่มทะเบียนโดยปิดข้อมูลส่วนตัวไว้
- ถ่ายจุดที่บอกประวัติการล้มให้ครบ คือปลายแฮนด์ทั้งสองข้าง ปลายคันเบรกกับคันคลัตช์ ฝาครอบเครื่องด้านข้าง และขาตั้ง ผู้ซื้อที่รู้เรื่องจะดูสี่จุดนี้ก่อนดูอย่างอื่น การถ่ายมาให้เองตั้งแต่แรกทำให้ประกาศดูตรงไปตรงมาและถูกต่อราคาน้อยลง
- ระบุพิกัดความจุเครื่องยนต์ให้ชัดควบคู่กับชื่อรุ่น เพราะพิกัดเป็นตัวกำหนดทั้งเบี้ย พ.ร.บ. และประเภทใบขับขี่ที่ผู้ซื้อต้องมี รถตั้งแต่ 400 ซีซีขึ้นไปต้องใช้ใบขับขี่รถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่ ซึ่งผู้ซื้อบางคนยังไม่มีและจำเป็นต้องรู้ก่อนนัด
- ลงระยะบำรุงรักษาครั้งล่าสุดเป็นตัวเลขเลขไมล์ ไม่ใช่แค่บอกว่าเพิ่งเปลี่ยน เช่น เปลี่ยนสายพานที่ 21,000 กิโลเมตร หรือเปลี่ยนชุดโซ่สเตอร์ที่ 18,000 กิโลเมตร ตัวเลขแบบนี้ทำให้ผู้ซื้อคำนวณได้ทันทีว่าเหลือระยะใช้งานอีกเท่าไร และเป็นสิ่งที่ประกาศส่วนใหญ่ไม่มี
- ถ้ารถติดภาษีค้าง ให้ไปต่อให้จบก่อนลงประกาศ เพราะภาษีมอเตอร์ไซค์อยู่แค่หลักร้อยบาทต่อปี การจ่ายเองแล้วลงประกาศว่าภาษีเต็มปีคุ้มกว่าการหักราคาให้ผู้ซื้อไปจัดการเอง ซึ่งมักถูกต่อรองมากกว่ายอดจริงเสมอ
- ตั้งราคาโดยดูราคาผ่อนของรถใหม่รุ่นเดียวกันประกอบด้วย ไม่ใช่ดูแค่ประกาศมือสอง เพราะผู้ซื้อมอเตอร์ไซค์จำนวนมากเทียบระหว่างซื้อมือสองสดกับออกรถใหม่ฟรีดาวน์ ถ้าราคาคุณสูงจนค่างวดรถใหม่ดูน่าสนใจกว่า ประกาศจะค้างนานแม้สภาพรถจะดี
- ถ้าเคยแต่งรถ ให้บอกว่าเก็บอะไหล่เดิมไว้ครบหรือไม่ ผู้ซื้อจำนวนมากชอบรถเดิมโรงงานมากกว่า และการมีอะไหล่เดิมให้ด้วยช่วยขยายกลุ่มผู้ซื้อ
- อนุญาตให้ผู้ซื้อทดลองขับได้ แต่ขอเก็บบัตรประชาชนตัวจริงไว้ก่อน ถ่ายรูปหน้าคนขับกับรถ และให้ขับในระยะที่คุณมองเห็น
- นัดรับเงินและโอนเล่มที่สำนักงานขนส่งพร้อมกันในวันเดียว ค่าใช้จ่ายวันโอนของมอเตอร์ไซค์อยู่แค่หลักร้อยบาท จึงไม่คุ้มเลยที่จะแลกกับการปล่อยรถแบบโอนลอยเพื่อประหยัดเวลาครึ่งวัน
- ถ้าผู้ซื้อยืนยันจะรับแบบโอนลอยจริงๆ อย่างน้อยให้ทำหนังสือสัญญาซื้อขายระบุวันที่ส่งมอบ เลขตัวถัง เลขเครื่อง และเลขไมล์ พร้อมสำเนาบัตรผู้ซื้อ แล้วเก็บไว้เป็นหลักฐานว่าคุณไม่ได้ครอบครองรถแล้วตั้งแต่วันไหน เอกสารชุดนี้คือสิ่งเดียวที่ช่วยคุณได้ถ้ามีใบสั่งหรือคดีตามมาทีหลัง
รถสวมทะเบียน ปัญหาใหญ่ที่สุดของมอเตอร์ไซค์มือสอง
รถสวมทะเบียนคือรถที่ถูกโจรกรรมมา แล้วนำเล่มทะเบียนของรถอีกคันซึ่งมักเป็นรถที่ถูกแจ้งไม่ใช้แล้วหรือรถที่พังจนใช้ไม่ได้มาสวมเข้าไป จากนั้นตอกเลขเครื่องและเลขตัวถังใหม่ให้ตรงกับเล่ม ปัญหาคือถ้าคุณซื้อรถแบบนี้มา แม้จะซื้อโดยสุจริตและมีหลักฐานการโอนเงินครบ รถก็ยังเป็นของกลางที่ถูกยึดคืนให้เจ้าของเดิมได้ และเงินที่จ่ายไปมักตามคืนได้ยาก
สัญญาณเตือนที่ชัดที่สุดคือเรื่องเลข ให้หาตำแหน่งตอกเลขตัวถังบนโครงรถซึ่งแต่ละยี่ห้ออยู่ต่างจุด ส่วนใหญ่อยู่บริเวณคอรถหรือใต้เบาะ และเลขเครื่องที่ฝาครอบเครื่องยนต์ แล้วเทียบกับในเล่มทีละหลัก ตัวเลขของโรงงานจะตอกเรียงสม่ำเสมอ ความลึกเท่ากัน และฟอนต์เหมือนกันทุกตัว ถ้าเห็นตัวเลขเอียง ลึกไม่เท่ากัน มีรอยตะไบ มีรอยเชื่อมแผ่นเหล็กใหม่ หรือมีสีพ่นทับบริเวณนั้นโดยเฉพาะ ให้ถอยทันทีไม่ว่าราคาจะดีแค่ไหน
สัญญาณรองที่ควรระวังคือราคาที่ถูกผิดปกติเมื่อเทียบกับรุ่นและปีเดียวกัน ผู้ขายที่เร่งให้ตัดสินใจ ผู้ขายที่ชื่อไม่ตรงกับในเล่มโดยอ้างว่าซื้อต่อมาแต่ยังไม่ได้โอน และการนัดเจอในที่ลับตาช่วงกลางคืน รถที่มีที่มาชัดเจนจะไม่มีเหตุผลอะไรต้องรีบหรือต้องหลบ
วิธีตัดปัญหาที่ได้ผลที่สุดคือชวนผู้ขายไปตรวจสอบหลักฐานทะเบียนรถที่สำนักงานขนส่งด้วยกันก่อนโอนเงิน เจ้าหน้าที่จะตรวจเลขตัวถังกับเลขเครื่องเทียบกับฐานข้อมูล ถ้าผู้ขายบ่ายเบี่ยงหรือหาเหตุผลไม่ไป นั่นคือคำตอบในตัวมันเองแล้ว
เครื่องยนต์ โซ่สเตอร์ และสายพาน สามจุดที่กำหนดค่าซ่อมหลังรับรถ
สำหรับรถเกียร์อย่าง Wave หรือรถสปอร์ตเล็ก ชุดโซ่สเตอร์คือของสิ้นเปลืองที่ต้องดูก่อนเสมอ ให้กดโซ่ตรงกลางช่วงระหว่างสเตอร์หน้ากับหลัง ระยะหย่อนที่เหมาะสมอยู่ราวสองถึงสามเซนติเมตร ถ้าหย่อนกว่านั้นมากและปรับตึงจนสุดสเกลแล้วยังหย่อน แปลว่าโซ่ยืดจนต้องเปลี่ยน ให้ดูฟันสเตอร์ด้วยว่าปลายฟันเริ่มโค้งงอเป็นตะขอหรือยัง ชุดโซ่สเตอร์ของรถเล็กเปลี่ยนใหม่ทั้งชุดอยู่ราว 1,200–2,500 บาท ส่วนบิ๊กไบค์จะสูงกว่านั้นหลายเท่า และควรเปลี่ยนพร้อมกันทั้งชุดเสมอ ไม่ควรเปลี่ยนเฉพาะโซ่
สำหรับรถออโต้ทุกรุ่นตั้งแต่ Scoopy ไปจนถึง PCX ระบบส่งกำลังใช้สายพานกับเม็ดตุ้มและชุดคลัตช์แทน อาการที่บอกว่าถึงเวลาเปลี่ยนคือรอบเครื่องขึ้นแต่รถไม่ค่อยไป มีเสียงหอนหรือเสียงเอี๊ยดตอนออกตัว และรถสั่นในช่วงความเร็วต่ำ ชุดสายพานพร้อมเม็ดตุ้มมักเปลี่ยนกันที่ระยะราวสองหมื่นกิโลเมตร ค่าอะไหล่พร้อมค่าแรงของรถเล็กอยู่ราว 1,000–2,500 บาท ถ้าผู้ขายบอกว่าไม่เคยเปลี่ยนเลยทั้งที่วิ่งมาสามหมื่นกิโลเมตร ให้ตีเป็นค่าใช้จ่ายที่คุณต้องจ่ายทันทีหลังรับรถ
ส่วนตัวเครื่องยนต์ ให้ฟังตอนสตาร์ตเย็นเป็นหลัก เพราะเครื่องที่อุ่นแล้วจะกลบอาการได้เยอะ เครื่องที่ดีจะติดง่ายในจังหวะแรก เดินเบานิ่ง ไม่มีควันขาวข้นออกจากปลายท่อหลังจากอุ่นเครื่องแล้ว และไม่มีเสียงเคาะเป็นจังหวะจากบริเวณฝาสูบ ให้เปิดฝาถังน้ำมันเครื่องดูระดับและสีของน้ำมันด้วย ถ้าน้ำมันดำสนิทหรือมีเศษโลหะเงาปนอยู่ แปลว่าเจ้าของเดิมไม่ค่อยดูแล
อีกจุดที่มักถูกมองข้ามคือระบบไฟและแบตเตอรี่ ให้ลองสตาร์ตด้วยปุ่มสตาร์ตหลายครั้ง ดูว่าไฟหน้าหรี่ลงมากไหม เปิดไฟเลี้ยว ไฟเบรก และแตรทดสอบให้ครบ แบตเตอรี่มอเตอร์ไซค์มีอายุราวสองถึงสามปีและเปลี่ยนใหม่ราว 800–1,800 บาทแล้วแต่ขนาด ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่ต่อรองได้ถ้าเจอว่าแบตใกล้หมดอายุ
ภาษีและ พ.ร.บ. ค้างชำระ เรื่องเล็กที่กลายเป็นเรื่องใหญ่
ภาษีรถจักรยานยนต์ประจำปีของรถส่วนบุคคลถือว่าถูกมาก อยู่ในหลักร้อยบาทต่อปีเท่านั้น แต่ปัญหาคือเจ้าของหลายคนปล่อยขาดสะสมโดยไม่รู้ผลที่ตามมา รถที่ค้างภาษีจะถูกคิดเงินเพิ่มตามจำนวนเดือนที่ค้าง และถ้าค้างเกินสามปี ทะเบียนจะถูกระงับ เจ้าของต้องคืนแผ่นป้ายทะเบียนและดำเนินการจดทะเบียนใหม่ ซึ่งกินเวลาและมีค่าใช้จ่ายมากกว่าการต่อภาษีตามปกติหลายเท่า
พ.ร.บ. คือประกันภัยภาคบังคับที่ต้องมีก่อนจึงจะต่อภาษีได้ เบี้ยคิดตามความจุเครื่องยนต์ รถต่ำกว่า 125 ซีซีถูกที่สุดและไล่ขึ้นตามพิกัด ความคุ้มครองครอบคลุมเฉพาะความเสียหายต่อชีวิตและร่างกาย ไม่ครอบคลุมตัวรถ หลายคนเข้าใจผิดว่ามี พ.ร.บ. แล้วรถชนจะได้ค่าซ่อม ซึ่งไม่ใช่ ถ้าอยากคุ้มครองตัวรถต้องซื้อประกันภาคสมัครใจเพิ่ม ซึ่งสำหรับบิ๊กไบค์ราคาสูงถือว่าคุ้มค่ากว่ารถเล็กมาก
นอกจากนี้ รถจักรยานยนต์ที่จดทะเบียนมาเกินห้าปีต้องผ่านการตรวจสภาพจากสถานตรวจสภาพเอกชนก่อนต่อภาษีทุกปี ค่าตรวจอยู่ในหลักสิบบาท เขาจะดูไฟส่องสว่าง ไฟเลี้ยว ระบบเบรก ระดับเสียงท่อไอเสีย และสภาพยาง จุดที่ทำให้รถไม่ผ่านบ่อยที่สุดคือท่อไอเสียแต่งที่เสียงดังเกินกำหนดและไฟท้ายที่ไม่ติด ถ้าคุณกำลังจะซื้อรถที่ใส่ท่อแต่งมา ให้ถามด้วยว่าเก็บท่อเดิมไว้หรือเปล่า
ก่อนตกลงราคา ควรถามให้ชัดว่าภาษีขาดมากี่ปีและ พ.ร.บ. หมดเมื่อไหร่ แล้วคุยกันตรงๆ ว่าใครจะเป็นคนจัดการ ถ้าภาระนี้ตกมาที่ผู้ซื้อ ก็ควรสะท้อนอยู่ในราคาที่ตกลงกัน เรื่องนี้เจรจากันได้ง่ายถ้าคุยก่อน แต่จะกลายเป็นข้อพิพาทถ้ามาเจอเอาตอนไปขนส่งแล้ว
บิ๊กไบค์มือสอง สิ่งที่ต่างจากรถเล็กอย่างสิ้นเชิง
บิ๊กไบค์มือสองน่าสนใจตรงที่ราคาตกค่อนข้างเร็วในสองสามปีแรก ทำให้คันที่อายุ 3–5 ปีมักคุ้มที่สุด ตัวอย่างเช่นรถพิกัด 400–500 ซีซีที่ป้ายแดงอยู่ราวหนึ่งแสนเก้าถึงสองแสนสามหมื่นบาท มักประกาศขายมือสองอยู่ราว 110,000–170,000 บาทเมื่อผ่านไปสามสี่ปี แต่สิ่งที่ต้องเข้าใจก่อนซื้อคือต้นทุนหลังจากนั้นสูงกว่ารถเล็กมาก ยางคู่หน้าหลังพร้อมค่าแรงมักอยู่ราว 8,000–16,000 บาทแล้วแต่ยี่ห้อและขนาด น้ำมันเครื่องสังเคราะห์แท้พร้อมกรองอยู่ราว 1,500–3,000 บาทต่อครั้ง และชุดโซ่สเตอร์คุณภาพดีก็อยู่ในหลักหลายพันบาท
จุดที่ต้องตรวจเพิ่มจากรถเล็กคือประวัติการเข้าศูนย์ ให้ขอดูสมุดประวัติหรือใบเสร็จ แล้วดูว่าเข้าตามระยะหรือไม่ โดยเฉพาะระยะเช็กวาล์วซึ่งเป็นงานใหญ่และมีค่าแรงสูง รถที่ข้ามระยะนี้ไปอาจไม่มีอาการทันทีแต่จะส่งผลระยะยาว นอกจากนี้ให้ดูว่ารถเคยล้มหรือเคยลงสนามหรือไม่ ร่องรอยที่บอกได้คือปลายแฮนด์ ปลายคันเบรกและคลัตช์ ฝาครอบเครื่องด้านข้าง และแฟริ่งที่มีรอยครูดหรือถูกเปลี่ยนใหม่เฉพาะฝั่งเดียว
เรื่องของแต่งเป็นอีกประเด็นที่คนซื้อบิ๊กไบค์มักเข้าใจผิด เจ้าของหลายคนลงทุนกับท่อไอเสีย กล่องไฟ สไลเดอร์ และแฮนด์บาร์ไปหลายหมื่น แล้วคาดว่าจะได้ราคาคืนตอนขาย ความจริงคือตลาดมือสองให้มูลค่ากับของแต่งน้อยกว่าที่จ่ายไปมาก และผู้ซื้อจำนวนไม่น้อยชอบรถเดิมโรงงานมากกว่าเพราะดูแลง่ายและผ่านตรวจสภาพง่าย ถ้าคุณเป็นผู้ขาย การบอกว่ายังเก็บอะไหล่เดิมไว้ครบจะช่วยให้ขายง่ายขึ้นจริง
สุดท้ายคือเรื่องประกัน บิ๊กไบค์ราคาสองแสนขึ้นไปควรมีประกันภาคสมัครใจ เพราะค่าซ่อมแฟริ่งและชิ้นส่วนของรถกลุ่มนี้แพงกว่ารถเล็กหลายเท่า เวลาซื้อมือสองให้ถามด้วยว่ากรมธรรม์เดิมยังเหลืออยู่ไหมและโอนให้ผู้ซื้อได้หรือไม่ ซึ่งโดยทั่วไปทำได้แต่ต้องแจ้งบริษัทประกันเปลี่ยนชื่อผู้เอาประกันให้เรียบร้อย
การโอนเล่มและการนัดซื้อขายที่ปลอดภัย
ขั้นตอนโอนใช้เอกสารชุดเดียวกับรถยนต์ แต่ตัวเงินต่างกันมาก ค่าธรรมเนียมโอนของรถจักรยานยนต์อยู่ในหลักร้อยต้นๆ ส่วนอากรแสตมป์คิดจากราคาประเมินซึ่งของมอเตอร์ไซค์ต่ำอยู่แล้ว ทำให้ค่าใช้จ่ายวันโอนทั้งหมดมักจบในหลักร้อยบาท ตัวเลขที่ต่ำขนาดนี้คือเหตุผลที่ไม่มีข้ออ้างใดคุ้มพอจะข้ามขั้นตอนโอนไป
จุดที่ต่างจากรถยนต์อย่างชัดเจนคือมอเตอร์ไซค์เปลี่ยนมือข้ามจังหวัดบ่อยกว่ามาก ถ้าคุณซื้อรถที่ทะเบียนเป็นของอีกจังหวัดและอยากย้ายมาจังหวัดตัวเอง ต้องแจ้งย้ายออกที่ขนส่งจังหวัดต้นทางแล้วแจ้งย้ายเข้าที่ปลายทาง ซึ่งเพิ่มทั้งเวลาและรอบการเดินทาง หลายคนเลือกโอนอย่างเดียวโดยไม่ย้ายทะเบียนก็ทำได้ แต่ต้องยอมรับว่าเวลาต่อภาษีหรือติดต่อเรื่องเอกสารจะผูกกับจังหวัดเดิม ควรคุยเรื่องนี้ให้จบก่อนตกลงราคาว่าใครจะออกค่าดำเนินการส่วนไหน
โอนลอยแพร่หลายในตลาดมอเตอร์ไซค์มากกว่ารถยนต์ เพราะราคาต่อคันไม่สูงจนคนรู้สึกว่าไม่คุ้มจะลางาน ผลที่ตามมาคือรถหลายคันเปลี่ยนมือสามสี่ทอดโดยที่ชื่อในเล่มยังเป็นคนแรกอยู่ ฝั่งผู้ซื้อจะเจอปัญหาตอนอยากขายต่อเพราะต้องไล่ตามหาเจ้าของเดิมที่อาจติดต่อไม่ได้แล้ว ส่วนฝั่งผู้ขายเดิมต้องรับใบสั่งจราจรและภาระภาษีของรถที่ตัวเองไม่ได้ขี่มาหลายปี
เรื่องความปลอดภัยตอนนัด มอเตอร์ไซค์มีความเสี่ยงเฉพาะตัวที่รถยนต์ไม่มี คือรถขี่ออกไปได้ในไม่กี่วินาทีและตามยาก ถ้าผู้ซื้อขอทดลองขับ ให้เก็บบัตรประชาชนตัวจริงไว้ ถ่ายรูปผู้ขับคู่กับรถและกับป้ายทะเบียน กำหนดเส้นทางวนสั้นๆ ที่คุณยืนมองเห็นได้ตลอด และอย่าให้ขี่ออกไปพร้อมกุญแจสำรอง ฝั่งผู้ซื้อเองก็ควรถ่ายคลิปตอนตรวจเลขเครื่องเลขตัวถังเทียบกับเล่มไว้ เพราะเป็นหลักฐานชิ้นเดียวที่ช่วยได้ถ้าภายหลังพบว่ารถมีปัญหาเรื่องที่มา
คำถามที่พบบ่อย
- รถสวมทะเบียนคืออะไร ตรวจอย่างไรก่อนซื้อ
- คือรถที่ถูกโจรกรรมมาแล้วนำเล่มทะเบียนของรถคันอื่นมาสวม พร้อมตอกเลขเครื่องและเลขตัวถังใหม่ให้ตรงกับเล่ม วิธีตรวจคือหาตำแหน่งตอกเลขบนโครงรถและฝาครอบเครื่อง แล้วเทียบกับเล่มทีละหลัก ตัวเลขโรงงานจะเรียงสม่ำเสมอ ลึกเท่ากัน และฟอนต์เหมือนกัน ถ้าเห็นรอยตะไบ รอยตอกซ้ำ หรือสีพ่นทับเฉพาะบริเวณนั้น ให้ถอย ทางที่ชัวร์ที่สุดคือชวนผู้ขายไปตรวจสอบหลักฐานทะเบียนที่สำนักงานขนส่งด้วยกันก่อนจ่ายเงิน
- ซื้อรถที่ค้างภาษีมาหลายปี ต้องเสียเท่าไหร่และยุ่งไหม
- ถ้าค้างไม่เกินสามปี ยังต่อภาษีย้อนหลังได้โดยเสียเงินเพิ่มตามจำนวนเดือนที่ค้าง ซึ่งโดยรวมยังอยู่ในหลักไม่กี่ร้อยบาทเพราะภาษีมอเตอร์ไซค์ถูกอยู่แล้ว แต่ถ้าค้างเกินสามปี ทะเบียนจะถูกระงับ ต้องคืนแผ่นป้ายและดำเนินการจดทะเบียนใหม่ ซึ่งใช้เวลาและค่าใช้จ่ายมากกว่ามาก ควรถามสถานะภาษีให้ชัดและสะท้อนไว้ในราคาที่ตกลงกัน
- รถออโต้มือสองควรดูอะไรที่รถเกียร์ไม่มี
- จุดต่างหลักคือระบบส่งกำลัง รถออโต้ใช้สายพานกับเม็ดตุ้มและชุดคลัตช์แทนโซ่สเตอร์ ให้ลองเร่งจากจุดหยุดนิ่ง ถ้ารอบเครื่องขึ้นแต่รถไม่ไป มีเสียงหอน หรือสั่นตอนออกตัว แปลว่าชุดนี้ใกล้หมดอายุ โดยทั่วไปเปลี่ยนกันที่ระยะราวสองหมื่นกิโลเมตร ค่าอะไหล่พร้อมค่าแรงของรถเล็กอยู่ราว 1,000–2,500 บาท ให้ถามผู้ขายว่าเปลี่ยนครั้งล่าสุดเมื่อไหร่
- บิ๊กไบค์มือสองควรซื้ออายุกี่ปีถึงคุ้ม
- ช่วงที่คุ้มที่สุดมักเป็นคันอายุ 3–5 ปี เพราะราคาตกลงมามากแล้วแต่สภาพยังดีถ้าเจ้าของดูแลตามระยะ สิ่งที่ต้องดูมากกว่าตัวเลขอายุคือประวัติการเข้าศูนย์ โดยเฉพาะระยะเช็กวาล์วที่หลายคนข้าม ร่องรอยการล้มที่ปลายแฮนด์ ปลายคันเบรก และฝาครอบเครื่อง รวมถึงสภาพยางซึ่งของบิ๊กไบค์เปลี่ยนทีหนึ่งอยู่ราว 8,000–16,000 บาท
- โอนรถมอเตอร์ไซค์ใช้เอกสารอะไร และเสียค่าใช้จ่ายเท่าไหร่
- ใช้เล่มทะเบียนตัวจริง แบบคำขอโอนที่ลงนามทั้งสองฝ่าย สำเนาบัตรประชาชนของผู้โอนและผู้รับโอน และหนังสือมอบอำนาจถ้าฝ่ายใดไม่ไปเอง ค่าใช้จ่ายวันโอนของมอเตอร์ไซค์มักจบในหลักร้อยบาท เพราะทั้งค่าธรรมเนียมและอากรแสตมป์ซึ่งคิดจากราคาประเมินนั้นต่ำกว่ารถยนต์มาก ถ้ารถทะเบียนต่างจังหวัดและคุณอยากย้ายทะเบียนมาจังหวัดตัวเองด้วย ต้องแจ้งย้ายออกที่ต้นทางแล้วแจ้งย้ายเข้าที่ปลายทาง ซึ่งเป็นคนละขั้นตอนกับการโอนและควรตกลงกันไว้ก่อนว่าใครออกค่าใช้จ่าย
- รถที่ใส่ท่อแต่งซื้อได้ไหม มีปัญหาตอนต่อภาษีหรือเปล่า
- ซื้อได้ แต่ต้องรู้ว่ารถอายุเกินห้าปีต้องผ่านการตรวจสภาพจาก ตรอ. ก่อนต่อภาษีทุกปี และหนึ่งในรายการตรวจคือระดับเสียงท่อไอเสีย ท่อแต่งที่เสียงดังเกินกำหนดมักทำให้ไม่ผ่าน ก่อนซื้อจึงควรถามว่าผู้ขายเก็บท่อเดิมไว้หรือไม่ ถ้ามีให้ขอมาด้วย จะประหยัดค่าใช้จ่ายและความยุ่งยากตอนต่อภาษี
- ควรซื้อจากเจ้าของโดยตรงหรือจากร้านรถมือสอง
- ซื้อจากเจ้าของโดยตรงมักได้ราคาถูกกว่า และได้คุยกับคนที่ใช้รถจริงเรื่องประวัติการซ่อมและการล้ม แต่คุณต้องตรวจเองทั้งหมดและไม่มีการรับประกัน ส่วนร้านจะสะดวกกว่า จัดไฟแนนซ์ให้ได้ และบางร้านมีรับประกันระยะสั้น แลกกับราคาที่สูงกว่า ถ้าเลือกซื้อจากเจ้าของโดยตรง ให้ใช้ส่วนต่างที่ประหยัดได้ไปทำระยะทันทีหลังรับรถ เช่น เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง ผ้าเบรก และชุดโซ่สเตอร์หรือสายพาน

